คุณสมบัติของผู้ตรวจสอบอาคาร

28 September 2011

law5

ร่างกฎกระทรวง
กำหนดคุณสมบัติของผู้ตรวจสอบ หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและเงื่อนไขในการเพิกถอนการขึ้น
ทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบและหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ. ….

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 (2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 8 (13) (14) และ (15) และมาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 35 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1. ในกฎกระทรวงนี้
“การตรวจสอบสภาพอาคาร” หมายความว่า การตรวจสอบอาคารที่ใช้งานมาแล้วระยะหนึ่งว่า ตัวอาคาร ระบบและอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ที่ติดตั้งในตัวอาคาร ได้แก่ ระบบบริการ และอำนวยความสะดวก ระบบสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม และระบบป้องกัน และระงับอัคคีภัยมีสภาพและสมรรถนะการใช้งานได้ดี และปลอดภัยแก่ผู้ใช้สอยอาคารนั้น
“ชุดปฏิบัติการตรวจสอบ” หมายความว่า ผู้ตรวจสอบซึ่งทำงานทั่วไปเกี่ยวกับการตรวจสอบสภาพอาคาร ประกอบด้วย วิศวกรหรือสถาปนิกสาขาใดสาขาหนึ่งที่ผู้ตรวจสอบจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินการรวบรวมและจัดหาข้อมูลหลักฐานทั่วไปของอาคาร รวมทั้งช่วยตรวจสอบสภาพอาคารประจำปี และรวบรวมผลสรุปเพื่อจัดทำรายงานผลการตรวจสอบสภาพอาคารตลอดจนจัดซ้อมการอพยพแก่ผู้ใช้อาคารประจำปี
“ชุดชำนาญการตรวจสอบ” หมายความว่า ผู้ตรวจสอบซึ่งทำงานที่ชำนาญงานเฉพาะด้านเกี่ยวกับการตรวจสอบสภาพอาคาร ประกอบด้วยวิศวกร หรือสถาปนิกเฉพาะสาขา ซึ่งอาจจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลเพื่อดำเนินการตรวจสอบสภาพอาคารในงานเฉพาะด้าน รวมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการตรวจบำรุงรักษา อาคารและระบบอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ตลอดจนคู่มือปฏิบัติให้แก่ผู้ดูแลอาคาร และจัดทำแผนการตรวจสอบสภาพอาคารประจำปี
“ชุดตรวจรับรองผล” หมายความว่า ผู้ตรวจสอบซึ่งทำงานที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเกี่ยวกับการตรวจสอบสภาพอาคาร ประกอบด้วย วิศวกร หรือสถาปนิก เฉพาะสาขา เพื่อดำเนินการตรวจสอบรายงานผลการตรวจสอบสภาพอาคารว่าการปฏิบัติการตรวจสอบและวิเคราะห์ผลในทางวิชาการเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องมาตรฐานความปลอดภัยซึ่งกำหนดโดยสถาบันฝึกอบรมการตรวจสอบสภาพอาคาร มาตรฐานสากลหรือหลักวิชาการ แล้วลงนามรับรองผล
“เจ้าของอาคาร” หมายความรวมถึงผู้จัดการของนิติบุคคลอาคารชุดสำหรับทรัพย์ส่วนกลางตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดด้วย
“สถาบันฝึกอบรมการตรวจสอบสภาพอาคาร” หมายความว่า สถาบันซึ่งเปิดการฝึกอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบสภาพอาคารตลอดจนการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยของอาคาร ได้แก่ สมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ สภาวิศวกร สภาสถาปนิก หน่วยงานเอกชนหรือราชการที่คณะกรรมการควบคุมอาคารหรือสภาวิศวกร หรือสภาสถาปนิกให้การรับรอง
“ใบทะเบียน” หมายความว่า ใบทะเบียนผู้ตรวจสอบ ใบทะเบียนพนักงานตรวจสอบใบทะเบียนผู้ชำนาญการตรวจสอบและใบทะเบียนผู้ตรวจรับรองผลแล้วแต่กรณี
“นายทะเบียน” หมายความว่า เลขานุการคณะกรรมการควบคุมอาคารซึ่งเป็นหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการควบคุมอาคาร

 

หมวด 1
บททั่วไป


ข้อ 2 ให้อาคารดังต่อไปนี้ ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบทำการตรวจสอบสภาพอาคาร
1) อาคารสูง อาคารขนาดใหญ่พิเศษ
2) อาคารชุมนุมคน
3) โรงมหรสพ ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
4) โรงแรมตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรม ที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป
5) สถานบริการตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการเฉพาะสถานเต้นรำและสถานอาบน้ำ นวด หรืออบตัว ซึ่งมีผู้บริการให้แก่ลูกค้า ยกเว้นสถานนวดแผนโบราณหรือสถานนวดเพื่อสุขภาพ
6) ภายใต้บังคับข้อ 38 อาคารชุดหรืออาคารอยู่อาศัยรวมที่มีพื้นที่ตั้งแต่สองพันตารางเมตรขึ้นไป
7) อาคารโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานที่มีความสูงมากกว่าหนึ่งชั้นและมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ห้าพันตารางเมตรขึ้นไป

ข้อ 3 เพื่อให้การตรวจสอบสภาพอาคารเป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับขีดความสามารถ ประสบการณ์ทำงาน และความพร้อมของผู้ตรวจสอบ จึงได้แบ่งผู้ตรวจสอบออกเป็นสองชั้น ดังนี้
1) ผู้ตรวจสอบชั้นหนึ่ง เป็นนิติบุคคลหรือส่วนราชการ ที่มีขอบเขตความสามารถดำเนินการตรวจสอบสภาพอาคารได้ทุกประเภทที่กำหนดให้ต้องมีการตรวจสอบตามข้อ 2
2) ผู้ตรวจสอบชั้นสอง เป็นนิติบุคคลหรือส่วนราชการ ที่มีขอบเขตความสามารถดำเนินการตรวจสอบ สภาพอาคารตามข้อ 2 (2) (3) (4) (5) (6) และ (7)

ข้อ 4 ให้เจ้าของอาคารตามข้อ 2 ต้องมีผู้ดูแลอาคารประจำอาคารของตนเพื่อทำหน้าที่กำกับดูแล การตรวจบำรุงรักษาอาคาร และระบบอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ของอาคารตามแผนปฏิบัติการตรวจบำรุงรักษาที่ผู้ตรวจสอบกำหนดและทำการบันทึกข้อมูลการตรวจบำรุงรักษาตามช่วงระยะเวลา เพื่อรวบรวมแจ้งผู้ตรวจสอบ ตลอดจนช่วยดำเนินการอพยพแก่ผู้ใช้อาคารเป็นประจำทุกปีผู้ดูแลอาคารตามวรรคหนึ่ง ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
1) มีคุณวุฒิระดับปริญญาตรีทางวิศวกรรมหรือสถาปัตยกรรม หรือระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงทางด้านช่างที่เกี่ยวข้องกับงานอาคาร
2) ผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการดูแลและบำรุงรักษาอาคารจากสถาบันฝึกอบรมการตรวจสอบสภาพอาคาร

หมวด 2
คุณสมบัติเฉพาะ และลักษณะต้องห้ามของผู้ตรวจสอบ

ข้อ 5 ผู้ใดจะทำการเป็นผู้ตรวจสอบ ต้องขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบโดยมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

ข้อ 6 ผู้ตรวจสอบชั้นหนึ่ง ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1) เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลนั้นต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นทั้งหมด และนิติบุคคลนั้นต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่าสองล้านบาท โดยต้องมีทุนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเป็นของผู้มีสัญชาติไทย
2) ไม่ดำเนินการเป็นผู้รับเหมา ผู้ผลิต ผู้ติดตั้ง หรือผู้ขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับระบบอุปกรณ์และเครื่องมือกลต่าง ๆ ของอาคาร หรือกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างและการบำรุงรักษาอาคารอันอาจมีส่วนได้เสียกับการตรวจสอบสภาพอาคาร
3) มีใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกร หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิก แล้วแต่กรณี
4) มีบุคลากรทางวิชาการ ดังนี้
(ก) ชุดปฏิบัติการตรวจสอบ ประกอบด้วย วิศวกรสาขาวิศวกรรมโยธาสาขาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและสถาปนิกสาขาสถาปัตยกรรม ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นพนักงานตรวจสอบ เพื่อทำงานประจำในสังกัดผู้ตรวจสอบนั้นครบทุกสาขา จำนวนไม่น้อยกว่าเก้าคน โดยจะต้องมีสามัญวิศวกร สามัญสถาปนิก วุฒิวิศวกร หรือวุฒิสถาปนิก จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน ต่างสาขากัน
(ข) ชุดชำนาญการตรวจสอบ ประกอบด้วย สามัญวิศวกรหรือวุฒิวิศวกรสาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและสามัญสถาปนิก หรือวุฒิสถาปนิก สาขาสถาปัตยกรรม ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นผู้ชำนาญการตรวจสอบเพื่อทำงานประจำในสังกัดผู้ตรวจสอบนั้นหรือไม่ทำงานประจำแต่มีหนังสือแสดงความยินยอมจะทำงานให้ผู้ตรวจสอบนั้นเป็นการเฉพาะรายก็ได้ จำนวนไม่น้อยกว่าสาขาละหนึ่งคนและอาจมีนิติบุคคลซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นผู้ชำนาญการตรวจสอบในสาขาหนึ่งสาขาใดดังกล่าวข้างต้นร่วมอยู่ด้วยก็ได้
(ค) ชุดตรวจรับรองผล ประกอบด้วย วุฒิวิศวกรสาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม และวุฒิสถาปนิกสาขาสถาปัตยกรรมซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจรับรองผล เพื่อทำงานประจำในสังกัดผู้ตรวจสอบนั้น หรือไม่ทำงานประจำแต่มีหนังสือแสดงความยินยอมจะทำงานให้ผู้ตรวจสอบนั้นเป็นการเฉพาะรายก็ได้
5) เป็นผู้ตรวจสอบชั้นสองมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี
6) มีสถานที่ตั้งสำนักงานเป็นการถาวร โดยสำนักงานดังกล่าวต้องมีพื้นที่ปฏิบัติงานที่เพียงพอ และมีสภาพการทำงานที่เหมาะสม
7) ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนหรือถูกสั่งพักใช้ใบทะเบียนผู้ตรวจสอบ
8) ความใน (1) (3) (5) และ (6) มิให้นำมาใช้บังคับกับส่วนราชการ

ข้อ 7 ผู้ตรวจสอบชั้นสอง ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1) เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายไทย ซึ่งผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นในนิติบุคคลนั้น ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เป็นหุ้นส่วน หรือผู้ถือหุ้นทั้งหมด และนิติบุคคลนั้นต้องมีทุนจดทะเบียนไม่ต่ำกว่าหนึ่งล้านบาท โดยต้องมีทุนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งเป็นของผู้มีสัญชาติไทย
2) ไม่ดำเนินการเป็นผู้รับเหมา ผู้ผลิต ผู้ติดตั้ง ผู้ขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับระบบ อุปกรณ์และเครื่องมือกลต่าง ๆ ของอาคาร หรือกิจการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง และการบำรุงรักษาอาคารอันอาจมีส่วนได้เสียกับการตรวจสอบสภาพอาคาร
3) มีใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วย วิศวกร หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิก แล้วแต่กรณี
4) มีบุคลากรทางวิชาการ ดังนี้
(ก) ชุดปฏิบัติการตรวจสอบ ประกอบด้วย สามัญวิศวกร หรือสามัญสถาปนิก จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งคน และภาคีวิศวกรหรือภาคีสถาปนิก จำนวนไม่น้อยกว่าสองคน ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นพนักงานตรวจสอบ เพื่อทำงาน ประจำในสังกัดผู้ตรวจสอบนั้น
(ข) ชุดชำนาญการตรวจสอบ ประกอบด้วย วิศวกร และสถาปนิก สาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า และสาขาสถาปัตยกรรม ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นผู้ชำนาญการตรวจสอบ เพื่อทำงานประจำในสังกัดผู้ตรวจสอบนั้น หรือไม่ทำงานประจำแต่มีหนังสือแสดงความยินยอมจะทำงานให้ผู้ตรวจสอบนั้นเป็นการเฉพาะรายก็ได้ จำนวนไม่น้อยกว่าสาขาละหนึ่งคนและอาจมีนิติบุคคลซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นผู้ชำนาญการตรวจสอบในสาขาหนึ่งสาขาใดดังกล่าวข้างต้นร่วมอยู่ด้วยก็ได้
(ค) ชุดตรวจรับรองผล ประกอบด้วยสามัญวิศวกรซึ่งได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทสามัญวิศวกรมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี หรือวุฒิวิศวกรตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรในสาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและสามัญสถาปนิกซึ่งได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ประเภทสามัญสถาปนิกมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปีหรือวุฒิสถาปนิก ตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิกในสาขาสถาปัตยกรรม ซึ่งขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจรับรองผลเพื่อทำงานประจำในสังกัดผู้ตรวจสอบนั้น หรือไม่ทำงานประจำแต่มีหนังสือแสดงความยินยอมจะทำงานให้ผู้ตรวจสอบนั้น เป็นการเฉพาะรายก็ได้ มีจำนวนไม่น้อยกว่าสาขาละหนึ่งคน
5) มีสถานที่ตั้งสำนักงานเป็นการถาวร โดยสำนักงานดังกล่าวต้องมีพื้นที่ปฏิบัติงานที่เพียงพอและมีสภาพการทำงานที่เหมาะสม
6)ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนหรือถูกสั่งพักใช้ใบทะเบียนผู้ตรวจสอบ
7) ความใน (1) (3) และ (5) มิให้นำมาใช้บังคับกับส่วนราชการ

ข้อ 8 พนักงานตรวจสอบ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1) ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมาย ว่าด้วยวิศวกรในสาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า หรือสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิกในสาขาสถาปัตยกรรม
2) ผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการตรวจสอบสภาพอาคารจากสถาบันฝึกอบรมการตรวจสอบสภาพอาคาร

ข้อ 9 ผู้ชำนาญการตรวจสอบ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1) เป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
2) มีใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรระดับไม่ต่ำกว่าสามัญวิศวกร ในสาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า หรือสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิกระดับไม่ต่ำกว่าสามัญสถาปนิกในสาขาสถาปัตยกรรม
3) มีประสบการณ์เคยผ่านการเป็นพนักงานตรวจสอบมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเคยทำงานตรวจสอบด้านอื่น ที่เทียบได้กับการตรวจสอบสภาพอาคาร หรือเคยเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างอาคารมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี
4) ผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการตรวจสอบสภาพอาคารจากสถาบันฝึกอบรมการตรวจสอบสภาพอาคาร
กรณีที่เป็นนิติบุคคลให้ได้รับการยกเว้นคุณสมบัติตาม (3) และ (4) แต่บุคลากรในนิติบุคคลนั้นต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในข้อนี้

ข้อ 10 ผู้ตรวจรับรองผล ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
1) ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทสามัญวิศวกรซึ่งได้รับใบอนุญาตมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี หรือวุฒิวิศวกรตามกฎหมายว่าด้วยวิศวกรในสาขาวิศวกรรมโยธา สาขาวิศวกรรมเครื่องกล สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า หรือสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ประเภทสามัญสถาปนิก ซึ่งได้รับใบอนุญาตมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบปี หรือวุฒิสถาปนิก ตามกฎหมายว่าด้วยสถาปนิกในสาขาสถาปัตยกรรม
2) มีประสบการณ์เคยผ่านการเป็นผู้ชำนาญการตรวจสอบมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี หรือเคยทำงานด้านอื่นที่เทียบได้กับการตรวจสอบสภาพอาคาร หรือเคยเป็นผู้ควบคุมงานก่อสร้างอาคารมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี
3) ผ่านการอบรมหลักสูตรเกี่ยวกับการตรวจสอบสภาพอาคารจากสถาบันฝึกอบรมการตรวจสอบสภาพอาคาร

ข้อ 11 ความเป็นผู้ตรวจสอบสิ้นสุดลงเมื่อ
1) เลิกนิติบุคคลนั้นแล้ว
2) บอกเลิกการเป็นผู้ตรวจสอบต่อนายทะเบียน
3) ขาดการต่ออายุใบทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ
4) ถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ

หมวด 3
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขอขึ้นทะเบียน


ข้อ 12 ผู้ที่ประสงค์จะเป็นผู้ตรวจสอบ ให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบพร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ตามแบบ ต.1 ท้ายกฎกระทรวงนี้

ข้อ 13 ผู้ที่ประสงค์จะเป็นพนักงานตรวจสอบ ผู้ชำนาญการตรวจสอบ ผู้ตรวจรับรองผลให้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นพนักงานตรวจสอบ ผู้ชำนาญการตรวจสอบ ผู้ตรวจรับรองผลแล้วแต่กรณี พร้อมด้วยเอกสารหลักฐาน ตามแบบ ต.2 ท้ายกฎกระทรวงนี้

ข้อ 14 การยื่นคำขอขึ้นทะเบียนตามหมวดนี้
1) ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อนายทะเบียน หรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมาย ณ สำนักงานคณะกรรรมการควบคุมอาคาร
2) ในเขตจังหวัดอื่น ให้ยื่นต่อผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายที่อยู่ในเขตจังหวัดอันเป็นที่ตั้งสำนักงานหรือถิ่นที่อยู่ของผู้ขอขึ้นทะเบียนนั้น เมื่อผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายได้รับคำขอขึ้นทะเบียนและได้ตรวจสอบความถูกต้องของคำขอขึ้นทะเบียน และเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ในแบบคำขอขึ้นทะเบียนแล้ว ให้รวบรวมคำขอขึ้นทะเบียนพร้อมด้วยเอกสารหลักฐานดังกล่าวส่งให้นายทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอขึ้นทะเบียนนั้น
ผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการควบคุมอาคาร และประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ 15ให้นายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายตรวจสอบความถูกต้องของคุณสมบัติและคุณวุฒิของผู้ขอขึ้นทะเบียนตามหมวด 2 และหากพิจารณาเห็นว่ามีความถูกต้องครบถ้วนสมควรขึ้นทะเบียนแล้วให้เสนอไปยังคณะกรรมการควบคุมอาคารเพื่อพิจารณาเมื่อคณะกรรมการควบคุมอาคารมีมติให้รับขึ้นทะเบียนแล้ว ให้นายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายดำเนินการออกใบทะเบียนพร้อมกับบัตรประจำตัวให้ผู้ขอขึ้นทะเบียน ตามแบบท้ายกฎกระทรวง ดังนี้
1) แบบใบทะเบียนผู้ตรวจสอบ พนักงานตรวจสอบ ผู้ชำนาญการตรวจสอบ และผู้ตรวจรับรองผล ให้ใช้แบบ ท.1 แบบ ท.2 แบบ ท.3 และ แบบ ท.4 ตามลำดับ
2) แบบบัตรประจำตัวพนักงานตรวจสอบ ผู้ชำนาญการตรวจสอบ และผู้ตรวจรับรองผล ให้ใช้แบบ บ.1 แบบ บ.2 และ แบบ บ.3 ตามลำดับ
ใบทะเบียนหรือบัตรประจำตัวตามวรรคหนึ่ง ให้มีอายุสองปี นับแต่วันที่ออกใบทะเบียนหรือบัตรประจำตัวนั้น

ข้อ 16 หากคณะกรรมการควบคุมอาคารมีมติไม่รับขึ้นทะเบียน ให้นายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายมีหนังสือแจ้งมติไม่รับขึ้นทะเบียนพร้อมด้วยเหตุผล ให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนทราบภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่คณะกรรมการควบคุมอาคารมีมติไม่รับขึ้นทะเบียน ทั้งนี้ผู้ขอขึ้นทะเบียนมีสิทธิอุทธรณ์มติดังกล่าวต่อคณะกรรมการควบคุมอาคารได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ตนได้รับแจ้งมติดังกล่าว
การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งให้ทำเป็นหนังสือและยื่นต่อนายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายโดยระบุข้อโต้แย้ง ตลอดจนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่อ้างอิงประกอบด้วย ทั้งนี้ให้นายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมาย จัดส่งเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้คณะกรรมการควบคุมอาคารพิจารณาและแจ้งผู้อุทธรณ์โดยไม่ชักช้า แต่ต้องไม่เกินหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

ข้อ 17 ผู้ใดประสงค์จะขอต่ออายุใบทะเบียน ให้ยื่นคำขอต่ออายุใบทะเบียน ภายในหกสิบวันก่อนใบทะเบียนเดิมสิ้นอายุ ตามแบบ ต. 3 หรือ ต.4 ท้ายกฎกระทรวงนี้ แล้วแต่กรณีและเมื่อได้ยื่นคำขอต่ออายุใบทะเบียนแล้ว ให้ทำการต่อไปได้จนกว่าจะได้รับแจ้งการไม่รับต่ออายุใบทะเบียนจากนายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมาย
การยื่นคำขอต่ออายุใบทะเบียน ให้นำความในข้อ 15 และข้อ 16 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
การต่ออายุใบทะเบียน จะแสดงไว้ในรายการท้ายใบทะเบียนนั้น หรือจะออกใบทะเบียนตามแบบใบทะเบียนเดิมให้ใหม่ก็ได้
ใบทะเบียนที่ต่ออายุดังกล่าว ให้มีอายุใช้ได้ครั้งละสองปีนับต่อจากวันที่ใบทะเบียนเดิมสิ้นอายุ
การใดซึ่งผู้ขอต่ออายุใบทะเบียนได้กระทำไปในระหว่างการต่ออายุใบทะเบียนย่อมมีผลใช้ได้ แม้ภายหลังจะไม่ได้รับการต่ออายุใบทะเบียนก็ตาม
คณะกรรมการควบคุมอาคารอาจพิจารณาต่ออายุใบทะเบียนให้แก่ผู้ยื่นคำขอต่ออายุใบทะเบียนภายหลังใบทะเบียนเดิมสิ้นอายุได้ในกรณีที่มีเหตุผลสมควร

ข้อ 18 ถ้าใบทะเบียนหรือบัตรประจำตัวหรือใบแทนใบทะเบียนหรือบัตรประจำตัวสูญหายหรือถูกทำลายในสาระสำคัญให้ผู้รับใบทะเบียนหรือบัตรประจำตัว แจ้งขอรับใบแทนใบทะเบียนหรือบัตรประจำตัวพร้อมหลักฐานแจ้งการสูญหายหรือการถูกทำลายต่อนายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมาย
ใบแทนใบทะเบียนหรือบัตรประจำตัวให้ใช้แบบใบทะเบียนหรือบัตรประจำตัว และเขียนหรือประทับความว่า “ใบแทน” ด้วยอักษรสีแดงไว้ด้านบนของแบบใบทะเบียนหรือบัตรประจำตัวนั้น

ข้อ 19 ให้ผู้รับใบทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ ปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้
1) แสดงใบทะเบียนหรือใบแทนใบทะเบียนผู้ตรวจสอบ ไว้ในที่เปิดเผยเห็นได้ง่าย ณ สำนักงานของผู้ตรวจสอบนั้น
2) แจ้งรายชื่อพนักงานตรวจสอบ ผู้ชำนาญการตรวจสอบ และผู้ตรวจรับรองผลพร้อมด้วยสำเนาบัตรประจำตัวและหนังสือแสดงความยินยอมจะทำงานให้ผู้ตรวจสอบนั้นให้นายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายตรวจสอบความถูกต้องและเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงบุคลากรของผู้ตรวจสอบ ต้องแจ้งรายชื่อให้นายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายทราบพร้อมด้วยหลักฐานของบุคลากรใหม่ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงและเมื่อได้แจ้งแล้วให้ผู้ตรวจสอบนั้นทำการต่อไปได้ จนกว่าจะได้รับแจ้งจากนายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายว่าไม่เห็นชอบกับการเปลี่ยนแปลงนั้น
3) ถ้าผู้ตรวจสอบประสงค์จะย้ายสำนักงานให้แจ้งรายละเอียดสถานที่ตั้งของสำนักงานแห่งใหม่ ต่อนายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายก่อนวันย้ายสำนักงานไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
4) ถ้าผู้ตรวจสอบประสงค์จะโอนทะเบียนให้ผู้อื่น ให้ยื่นคำขอโอนทะเบียนพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐานที่ใช้ประกอบการพิจารณาตามแบบ ต. 5 ท้ายกฎกระทรวงนี้ และให้นำความในข้อ 14 ข้อ 15 และข้อ 16 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ 20 ให้นายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายดำเนินการตามคำขอในหมวดนี้ให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ
ในกรณีมีเหตุจำเป็นที่นายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสี่สิบห้าวัน แต่ต้องมีหนังสือแจ้งการขยายเวลาและเหตุจำเป็นให้ผู้ขอทราบก่อนสิ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

หมวด 4
การเพิกถอนการขึ้นทะเบียน


ข้อ 21 ให้นายทะเบียน หรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมาย มีหน้าที่ ควบคุม กำกับดูแลให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้ หากพบการละเลย ฝ่าฝืน ให้ว่ากล่าวตักเตือน แจ้งให้ปรับปรุงหรือแก้ไขให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือแจ้งให้ระงับการทำการเป็นการชั่วคราวแก่ผู้ขอขึ้นทะเบียนนั้น และหากมีการกระทำอันเป็นเหตุให้สมควรเพิกถอนการขึ้นทะเบียนตามข้อ 22 ให้แจ้งคณะกรรมการควบคุมอาคารเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

ข้อ 22 ให้คณะกรรมการควบคุมอาคาร มีอำนาจสั่งเพิกถอนการขึ้นทะเบียน เมื่อมีเหตุดังต่อไปนี้
1) ผู้ตรวจสอบหรือบุคลากรทางวิชาการของผู้ตรวจสอบนั้นขาดคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใดตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้
2) ผู้ตรวจสอบหรือบุคลากรทางวิชาการของผู้ตรวจสอบนั้น มิได้ดำเนินการตรวจสอบและทำรายงานผลการตรวจสอบตามความเป็นจริง
3) ผู้ตรวจสอบยอมให้มีการรับเหมาช่วงการตรวจสอบสภาพอาคารหรือใช้บุคลากรทางวิชาการที่ไม่ได้ทำงานประจำในสังกัดของตนหรือไม่มีหนังสือยินยอมทำงานให้ตนทำการตรวจสอบสภาพอาคาร
4) ผู้ตรวจสอบฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในข้อ 19
5) ทำการเป็นผู้ตรวจสอบหรือยินยอมให้บุคลากรทางวิชาการของผู้ตรวจสอบทำการในขณะที่ขาดต่ออายุใบทะเบียน
6) ผู้ตรวจสอบหรือบุคลากรทางวิชาการของผู้ตรวจสอบนั้นกระทำการอันมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใด ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร
7) ผู้ตรวจสอบ ใช้พนักงานตรวจสอบ ผู้ชำนาญการตรวจสอบหรือผู้ตรวจรับรองผลที่ขาดคุณสมบัติตามข้อ 8 ข้อ 9 หรือข้อ 10 แล้วแต่กรณี
8) ผู้ตรวจรับรองผล ลงนามรับรองผลการตรวจสอบสภาพอาคารที่ผู้ตรวจสอบจัดทำขึ้นโดยไม่ทำตามหน้าที่รับผิดชอบหรือทำการตรวจสอบ ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่สากลยอมรับ หรือผิดจรรยาบรรณการประกอบวิชาชีพ

ข้อ 23 การเพิกถอนการขึ้นทะเบียน ตามหมวดนี้ ไม่กระทบกระเทือนถึงการทำการที่ผู้ถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนได้ทำการมาก่อนถูกเพิกถอน

ข้อ 24 ห้ามผู้ถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียนตามหมวดนี้ ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนอีกภายในสองปี นับแต่วันถูกเพิกถอนการขึ้นทะเบียน

หมวด 5
การออกใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคาร


ข้อ 25 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น มีหน้าที่ขึ้นทะเบียนอาคารที่ต้องมีการตรวจสอบตามข้อ 2 แล้วแจ้งให้เจ้าของอาคารทราบ เพื่อเตรียมให้มีการตรวจสอบสภาพอาคารตามหมวด 6

ข้อ 26 ให้เจ้าของอาคารที่ขึ้นทะเบียนอาคารไว้เป็นอาคารที่ต้องตรวจสอบตามข้อ 25 จัดให้มีผู้ตรวจสอบทำการตรวจสอบสภาพอาคาร และจัดหารายละเอียดแบบแปลนแผนผังรายการก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น อีกทั้งคู่มือการปฏิบัติและการบำรุงรักษาระบบและอุปกรณ์ต่าง ๆ จากผู้ผลิตและผู้ติดตั้ง ตลอดจนบันทึกข้อมูลการตรวจบำรุงรักษาอาคารจากผู้ดูแลอาคารมอบให้ผู้ตรวจสอบเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบ
ในกรณีที่อาคารตามวรรคหนึ่งเป็นอาคารเก่า ซึ่งไม่มีแบบแปลนหรือแผนผังรายการเกี่ยวกับการก่อสร้างอาคารให้ผู้ตรวจสอบดำเนินการตรวจสอบอาคารและจัดทำแบบแปลนหรือแผนผังรายการเกี่ยวกับการก่อร้างอาคารนั้นให้เจ้าของอาคารด้วย

ข้อ 27 ให้ผู้ตรวจสอบทำการตรวจสอบสภาพอาคารตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในหมวด 6 และจัดทำเป็นรายงานผลการตรวจสอบมอบให้เจ้าของอาคาร
ให้เจ้าของอาคารส่งรายงานผลการตรวจสอบสภาพอาคารต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคารเดิมจะสิ้นอายุไม่น้อยกว่าสามสิบวัน

ข้อ 28 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาผลการตรวจสอบสภาพอาคารตามรายงานผลตามข้อ 27 โดยไม่ชักช้า หากปรากฏมีคำแนะนำให้มีการแก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงระบบหรือส่วนใดของอาคารในรายงานผลนี้ ให้พิจารณาสั่งการตามมาตรา 46 หรือมาตรา 46 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 แล้วแต่กรณี เพื่อให้เจ้าของอาคารดำเนินการต่อไป
เมื่อพิจารณาเห็นว่าผลการตรวจสอบและผลการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงสามารถใช้งานได้และมีสภาพในเกณฑ์ที่มีความปลอดภัยเห็นสมควรให้การรับรองได้ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นออกใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคารให้แก่เจ้าของอาคารตามแบบที่กำหนดท้ายกฎกระทรวงนี้
ใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคารตามวรรคสอง ให้แบ่งออกเป็นสามสี แยกตามระดับความปลอดภัยเกี่ยวกับอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นในอาคาร ดังนี้
1) สีส้ม หมายถึง อาคารที่ดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยให้เป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นอาคารที่มีความปลอดภัยในระดับพื้นฐาน ให้ใช้แบบ ร.1
2) สีเหลือง หมายถึง อาคารที่ติดตั้งระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารที่ใช้ในขณะนั้น ซึ่งเป็นอาคารที่มีความปลอดภัยในระดับปานกลางให้ใช้แบบ ร.2
3) สีเขียว หมายถึง อาคารที่ติดตั้งระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารและเพิ่มเติมมาตรฐานให้สูงขึ้น ตามมาตรฐานความปลอดภัยที่กำหนดโดยสถาบันฝึกอบรมการตรวจสอบสภาพอาคารให้ใช้แบบ ร.3 ให้ติดใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคารตามวรรคสามไว้ในที่ที่มองเห็นได้ชัดเจนของอาคารนั้น

ข้อ 29 ใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคารให้มีอายุใช้ได้ครั้งละหนึ่งปี นับต่อจากวันที่ออกใบรับรองการใช้อาคารได้หนึ่งปีหรือนับต่อจากวันที่ใบรับรองการตรวจสอบสภาพอาคารเดิมสิ้นอายุ

ข้อ 30 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นรวบรวมข้อมูลทะเบียนอาคารที่ต้องตรวจสอบตามข้อ 25 พร้อมกับสรุปรายงานผลการตรวจสอบประจำปีของอาคารที่อยู่ในเขตความรับผิดชอบของตนแจ้งให้คณะกรรมการควบคุมอาคารทราบภายในเดือนมีนาคมของทุกปี ตามแบบรายงานผลที่คณะกรรมการควบคุมอาคารกำหนด

หมวด 6
การตรวจสอบสภาพอาคาร


ข้อ 31 ในการพิจารณาเกี่ยวกับสภาพตัวอาคาร ระบบและอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ของอาคารให้ใช้กฎเกณฑ์ ข้อกำหนดและมาตรฐานตามลำดับดังนี้
1) ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือ ตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
2) ตามมาตรฐานความปลอดภัยของสถาบันฝึกอบรมการตรวจสอบสภาพอาคาร
3) ตามมาตรฐานสากลที่ยอมรับ
ทั้งนี้ ตามคู่มือปฏิบัติของผู้ผลิตหรือผู้ติดตั้งระบบและอุปกรณ์ส่วนประกอบเหล่านั้น (ถ้ามี)

ข้อ 32 รายละเอียดการตรวจสอบสภาพอาคารอย่างน้อยมีดังนี้
1) การตรวจสอบตัวอาคาร ให้ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร ดังนี้
(ก) การต่อเติมดัดแปลงปรับปรุงตัวอาคาร
(ข) การเปลี่ยนแปลงน้ำหนักบรรทุกบนพื้นอาคาร
(ค) การเปลี่ยนสภาพการใช้อาคาร
(ง) การเปลี่ยนแปลงวัสดุก่อสร้างหรือวัสดุตกแต่งอาคาร
(จ) การชำรุดสึกหรอของอาคาร
(ฉ) การวิบัติของโครงสร้างอาคาร
(ช) การทรุดตัวของฐานรากอาคาร
2) การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบต่าง ๆ ของอาคาร
(ก) ระบบบริการและอำนวยความสะดวก
(1) ระบบลิฟต์
(2) ระบบบันไดเลื่อน
(3) ระบบไฟฟ้า
(4) ระบบปรับอากาศ
(ข) ระบบสุขอนามัยและสิ่งแวดล้อม
(1) ระบบประปา
(2) ระบบระบายน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสีย
(3)ระบบระบายน้ำฝน
(4) ระบบจัดการมูลฝอย
(5) ระบบระบายอากาศ
(6) ระบบควบคุมมลพิษทางอากาศและเสียง
(ค) ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย
(1) บันไดหนีไฟและทางหนีไฟ
(2) เครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน
(3) ระบบระบายควันและควบคุมการแพร่กระจายควัน
(4) ระบบไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน
(5) ระบบลิฟต์ดับเพลิง
(6) ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้
(7) ระบบการติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง
(8) ระบบการจ่ายน้ำดับเพลิง เครื่องสูบน้ำดับเพลิง และหัวฉีดน้ำดับเพลิง
(9) ระบบดับเพลิงอัตโนมัติ
(10) ระบบป้องกันฟ้าผ่า
(ง ) การตรวจสอบสมรรถนะของระบบ และอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยการซ้อมอพยพผู้ใช้อาคาร
(1) สมรรถนะบันไดหนีไฟและทางหนีไฟ
(2) สมรรถนะเครื่องหมายและไฟป้ายทางออกฉุกเฉิน
(3) สมรรถนะระบบแจ้งสัญญาณเหตุเพลิงไหม้
ให้คณะกรรมการควบคุมอาคารมีอำนาจกำหนดรายละเอียดการตรวจสอบสภาพอาคารเพิ่มเติมจากที่กำหนดไว้ในวรรคหนึ่งได้ โดยให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ 33 กำหนดให้การตรวจสอบสภาพอาคารแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1) การตรวจสอบใหญ่ ต้องจัดให้มี
(ก) การตรวจสอบสภาพอาคารตามรายละเอียดการตรวจสอบตามข้อ 32 โดยชุดผู้ชำนาญการตรวจสอบอย่างครบถ้วน
(ข) แผนปฏิบัติการตรวจบำรุงรักษา อาคารและระบบอุปกรณ์ส่วนประกอบต่าง ๆ ตลอดจนจัดทำคู่มือปฏิบัติการตามแผนให้แก่ผู้ดูแลอาคาร เพื่อเป็นแนวทางการตรวจตราและซ่อมบำรุง อีกทั้งการบันทึกข้อมูลการบำรุงรักษาไว้รายงานให้ผู้ตรวจสอบทราบด้วย
(ค) แผนการตรวจสอบสภาพอาคารประจำปี ตลอดจนจัดทำแนวทางการตรวจสอบ ให้แก่ชุดปฏิบัติการตรวจสอบไว้ทำการตรวจสอบสภาพอาคารด้วย
2) การตรวจสอบปกติ ต้องจัดให้มีการตรวจสอบสภาพอาคารตามแผนการตรวจสอบสภาพอาคารประจำปีตาม (1) (ค)
แผนปฏิบัติการหรือคู่มือปฏิบัติการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการควบคุมอาคารกำหนดและประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ 34 อาคารเก่าที่ไม่เคยทำการตรวจสอบสภาพอาคาร หรืออาคารที่สร้างขึ้นใหม่และใช้งานมาแล้วหนึ่งปี ต้องจัดให้มีการตรวจสอบสภาพอาคารประเภทตรวจสอบใหญ่ตามข้อ 33 (1) เป็นครั้งแรกและหลังจากนั้นอีกทุก ๆ ระยะห้าปี โดยผู้ตรวจสอบ
ในช่วงปีระหว่างการตรวจสอบใหญ่ตามวรรคหนึ่ง ต้องจัดให้มีการตรวจสอบสภาพอาคารประเภทตรวจสอบปกติตามข้อ 33 (2) เป็นประจำทุกปี โดยอนุโลมให้ใช้ชุดปฏิบัติการตรวจสอบของผู้ตรวจสอบ
หากการตรวจสอบปกติตามวรรคสอง พบความเสียหายหรือความบกพร่องของอาคารอันอาจทำให้เกิดอันตรายจากการใช้อาคาร ต้องจัดให้มีการตรวจสอบใหญ่ตามข้อ 33 (1) อีกครั้งหนึ่ง

ข้อ 35 หากผลการตรวจสอบสภาพอาคารบางส่วนหรือบางรายการไม่ผ่านเกณฑ์ที่อ้างอิงตามข้อ 31 ให้ผู้ตรวจสอบสภาพอาคารจัดทำรายงานพร้อมกับมีข้อเสนอแนะแนวทางแก้ไขหรือปรับปรุงเพื่อให้กลับคืนสู่สภาพมาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนดแก่เจ้าของอาคารด้วย
ผลการตรวจสอบสภาพอาคารตลอดจนคำแนะนำตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นรายงานผลการตรวจสอบสภาพอาคารตามแบบที่คณะกรรมการควบคุมอาคารกำหนดและแบบดังกล่าวให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ข้อ 36 ให้ผู้ตรวจรับรองผลทำการตรวจรายงานผลการตรวจสอบสภาพอาคารตามข้อ 35

บทเฉพาะกาล


ข้อ 37 ภายในระยะเวลาหนึ่งปี นับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทำการสำรวจอาคารตามข้อ 2 แล้วขึ้นทะเบียนไว้พร้อมกับแจ้งให้เจ้าของอาคารทราบ เพื่อปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้

ข้อ 38 อาคารตามข้อ 2 (6) ที่มีพื้นที่ไม่เกินห้าพันตารางเมตรให้ได้รับการยกเว้นการปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้เป็นเวลาเจ็ดปี ส่วนอาคารที่มีพื้นที่เกินกว่าห้าพันตารางเมตรขึ้นไปให้ได้รับการยกเว้นการปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้เป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ข้อ 39 ภายในระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนเป็นพนักงานตรวจสอบ ผู้ชำนาญการตรวจสอบ ผู้ตรวจรับรองผล ได้รับยกเว้นการอบรมตามหลักสูตรการตรวจสอบสภาพอาคารจากสถาบันฝึกอบรมการตรวจสอบสภาพอาคาร
ให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ต้องเข้ารับการฝึกอบรมในภายหลัง และจะต้องแจ้งผลการผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรการตรวจสอบสภาพอาคารให้นายทะเบียนหรือผู้ซึ่งนายทะเบียนมอบหมายทราบภายในระยะเวลาสองปี นับแต่วันที่ได้รับใบทะเบียน หากพ้นเวลาที่กำหนดให้ถือว่าใบทะเบียนที่ออกให้เป็นอันสิ้นผลบังคับ

ข้อ 40 ภายในระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับหากวิศวกรสาขาวิศว-กรรมสิ่งแวดล้อม ยังไม่เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมให้ใช้วิศวกร สาขาอื่นตามที่สภาวิศวกรเห็นชอบทำหน้าที่แทนวิศวกรสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมได้

ข้อ 41 ภายในระยะเวลาสองปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ คุณสมบัติของผู้ตรวจสอบชั้นหนึ่ง ตามข้อ 6 (5) ให้ได้รับการยกเว้น แต่ให้นำประสบการณ์การทำงานด้านออกแบบและคำนวณอาคารหรือด้านควบคุมงานก่อสร้างอาคารมาแล้วไม่น้อยกว่าสองปีมาใช้แทนโดยอนุโลม

ข้อ 42 อาคารซึ่งต้องจัดให้มีระบบความปลอดภัยเกี่ยวกับอัคคีภัยตามกฎหมาย หากจำเป็นจะต้องติดตั้งบันไดหนีไฟภายนอกอาคาร ให้ติดตั้งได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 8 (1) (7) และ (8) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543 แต่ทั้งนี้ต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมให้การรับรองว่า การติดตั้งบันไดหนีไฟดังกล่าวไม่กระทบสิทธิของเจ้าของที่ดินข้างเคียงเกินสมควรและต้องมีผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม ให้การรับรองความมั่นคงแข็งแรงของบันไดหนีไฟดังกล่าวด้วย

 

ให้ไว้ ณ วันที่ .. เดือน ……………………………… พ.ศ. ….

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

บันทึกหลักการและเหตุผล

ประกอบร่างกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติของผู้ตรวจสอบ หลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนและเงื่อนไข การเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบและหลักเกณฑ์การตรวจสอบอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร พ.ศ. ….

------------------------------

หลักการ

กำหนดหลักเกณฑ์การตรวจสอบสภาพอาคารตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

เหตุผล

โดยที่มาตรา 8 (13) (14) และ (15) และมาตรา 32 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543 บัญญัติให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ออกแบบ ผู้ควบคุมงาน ผู้ดำเนินการผู้ครอบครองอาคารและเจ้าของอาคาร คุณสมบัติเฉพาะและลักษณะต้องห้ามของผู้ตรวจสอบ หลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข ในการขอขึ้นทะเบียนและการเพิกถอนการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ตรวจสอบ ตลอดจนหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการตรวจสอบอาคาร การติดตั้ง และการตรวจสอบอุปกรณ์ประกอบของอาคาร เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงแข็งแรง ความปลอดภัย การป้องกันอัคคีภัย การสาธารณสุขการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง และการสถาปัตยกรรม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

Login

or
or

ติดต่อเรา

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.