• Home
  • บทความ
  • งานก่อสร้าง
  • ปัญหาบ้านยอดฮิตประมวลจากข้อคิดสถาปนิกและวิศวกร ตอนที่ 1 ปัญหาทางด้านโครงสร้าง

ปัญหาบ้านยอดฮิตประมวลจากข้อคิดสถาปนิกและวิศวกร ตอนที่ 1 ปัญหาทางด้านโครงสร้าง

28 September 2011

engineers1

เป็นที่ทราบกันดีครับว่าปัญหาต่าง ๆ เกี่ยวกับบ้านไม่ว่าจะเป็นทางด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรมโครงสร้างรวมไปถึงวิศวกรรมอันเกี่ยวเนื่องกับงานระบบภายในต่าง ๆ เช่น ระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า ระบบบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น ซึ่งปัญหาทั้งหมดเหล่านี้ไม่มีครอบครัวใดที่ไม่เคยประสบพบเจอมาแน่นอน แต่จะเกิดปัญหามากหรือน้อยก็ต้องขึ้นอยู่กับการออกแบบทั้งทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมที่ดีรวมไปถึงการวางแผนที่ดีตั้งแต่ในตอนก่อนเริ่มการก่อสร้างเพราะการออกแบบและวางแผนการก่อสร้างที่ดีจะทำให้บ้านนั้นมีปัญหาน้อยลงครับ


วันนี้ผมจะขอกล่าวถึง ปัญหาทางด้านโครงสร้างซึ่งเป็นปัญหาที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดและสำคัญที่สุด เพราะการก่อสร้างอาคารบ้านเรือนนั้น ถ้าระบบโครงสร้างมีปัญหา ปัญหาอื่นในส่วนต่างๆ ย่อมตามมาแน่นอนครับ เมื่ออาคารไม่มั่นคงแข็งแรง จะก่อให้เกิดปัญหาระบบท่อน้ำ ระบบไฟฟ้า การแตกร้าว ผมรับรองได้ว่าปัญหาเหล่านี้จะตามมาเป็นเงาตามตัวไม่ว่าจะเป็นปัญหาการแตกและทรุดร้าว ระบบท่อน้ำ ระบบไฟฟ้า ฯลฯ สำหรับปัญหาเรื่องโครงสร้างนั้น หากจะแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ ซึ่งรวบรวมจากประสบการณ์ที่ได้เล่าให้ฟังและผมเองก็ได้เจอมาบ้าง ก็จะมีอยู่หลัก ๆ 4 กลุ่ม ด้วยกัน คือ
1. ปัญหาที่เกิดจากการต่อเติมอย่างไม่ถูกวิธี
2. ปัญหาที่เกิดจากการทรุดตัวของบ้านตามธรรมชาติ
3. ปัญหาจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสมก่อให้เกิดผลกระทบตามมา
4. ปัญหารอยแตกร้าวบนผนังทั้งบ้านและอาคารต่าง ๆ ที่เกิดจากการก่อสร้างไม่ถูกต้องตามหลักวิชาช่าง
สำหรับในกรณีแรก คือ ปัญหาที่เกิดจากการต่อเติม ที่มีการทรุดตัวไม่เท่ากันระหว่างโครงสร้างเก่าและโครงสร้างใหม่นั้น สามารถ สังเกตง่าย ๆ คือ จะมีรอยร้าวเฉียงที่มุมของผนังอย่างชัดเจน เนื่องจากโครงสร้างใหม่จะมีอัตราการทรุดตัวในแนวดิ่งมากกว่าโครงสร้างเก่า หรืออีกสาเหตุหนึ่ง คือ มาจากขนาดของเสาเข็มที่เลือกใช้ในการก่อสร้างหรือในการต่อเติม ซึ่งหากไม่มีความสมดุล เช่น การก่อสร้างหรือการต่อเติมที่มีขนาดเสาเข็มเล็กกว่าหรือมีขนาดที่สั้นกว่า , หรือรับน้ำหนักได้น้อยกว่า ก็จะทำให้เกิดการทรุดตัวที่มากกว่า โดยการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันนี้เองทำให้เกิดการดึงของโครงสร้างและเกิดรอยร้าวเฉียงดังกล่าวและถึงแม้ว่าใช้เสาเข็มที่มีขนาดเท่ากับโครงสร้างเดิมแล้วก็ตามส่วนที่ต่อเติมเข้าไปใหม่นั้น ก็มีแนวโน้มที่จะทรุดมากกว่าอาคารหลังเดิมที่ทรุดตัวไปก่อนหน้านี้จนอยู่ตัวแล้ว
ในกรณีเช่นนี้ผมขอแนะนำว่า หากคิดที่จะต่อเติมบ้านหรืออาคาร ไม่ควรมีการก่อผนังหรือเชื่อมโครงสร้างใหม่และเก่าให้ยึดติดกันเพราะปัญหาการทรุดตัวนี้จะเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนเป็นธรรมชาติที่ไม่สามารถเลี่ยงได้เลย การแก้ปัญหาจึงควรแยกโครงสร้างออกจากกันและใช้การเชื่อมอาคารเก่าและใหม่ด้วยวัสดุที่มีการยืดหยุ่นตัวได้ดีแทน
ส่วนในกรณีที่ สอง คือ ปัญหาการต่อเติมแล้วอาคารมีการแยกตัวออกจากกัน มีการเอียงของโครงสร้างพร้อม ๆ กับการทรุดตัวในกรณีนี้จะเห็นรอยแตกที่เสาสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนตั้งแต่ด้านบนจนกระทั่งถึงด้านล่าง โดยรอยแตกนี้จะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ หากยังมีการทรุดตัวและเอียงไปเรื่อยๆ จะเห็นการเอนเอียงของโครงสร้างใหม่อย่างชัดเจนมากขึ้น ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการต่อเติมที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่ได้รับการออกแบบอย่างถูกต้องโดยวิศวกรหรือได้รับการก่อสร้างที่ไม่ถูกวิธี ดังนั้นการแก้ไขจึงค่อนข้างยุ่งยาก ซับซ้อน ต้องอาศัยวิศวกรที่มีประสบการณ์และมีความเชี่ยวชาญ มีอุปกรณ์สำหรับเสริมความแข็งแรงของเสาเข็มและซ่อมแซม, ปรับปรุงฐานรากเป็นอย่างดี ทำให้ในการซ่อมแซมแต่ละครั้ง งบประมาณในการดำเนินงานก็จะสูงไปตามความยากง่ายของปัญหาที่เกิดและอุปกรณ์ที่ใช้งาน
ดังนั้นหากท่านใดที่คิดจะต่อเติม ก็อย่าได้เสียดายหรือเห็นว่ามีราคาถูก แต่ควรจะทำให้ถูกต้องตามหลักวิธีการอย่างเคร่งครัดครับ มิเช่นนั้นบ้านที่ต่อเติมใหม่ของท่านก็อาจจะต้องกลายเป็นบ้านที่บานปลายด้วยงบประมาณจากการซ่อมแซมจนเจ้าของบ้านมีอาการใกล้บ้าได้เลยทีเดียวครับ เพราะปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เองที่เป็นสาเหตุให้ต้องรื้อถอน ซ่อมแซม เสียเงินเสียทองกันถ้าหากเจอช่างหรือผู้รับเหมาที่มีจรรยาบรรณ มีความรู้ ความชำนาญจริง ๆ ก็พอจะทำให้ไม่ต้องวิตกกังวลกันว่าจะต้องซ่อมแซมกันอีกเป็นรอบที่สองหรือรอบที่สาม แต่ถ้าเจอช่างที่ทำงานแบบขอไปทีประเภทช่างเถอะก็เสียทั้งความรู้สึกและเสียทั้งเงินและทองกันอีกไม่น้อยเลยทีเดียวครับ
clinic70.jpg ปัญหาโครงสร้างอาคารบ้านเรือนที่พบบ่อย นอกจากมีสาเหตุมาจากการต่อเติมกันอย่างไม่ถูกวิธีและ การทรุดตัวของบ้านตามธรรมชาติแล้ว ก็ยังมีสาเหตุความเป็นไปได้อีก สอง กรณีที่มักพบกันบ่อย ๆ ครับ
อย่างแรก คือ ปัญหาจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสมอันเป็นสาเหตุก่อให้เกิดผลกระทบตามมา ในที่นี้คือ การต่อเติมโครงสร้างใหม่เข้ากับอาคารหรือบ้านหลังเก่า เช่น โครงสร้างประเภทการต่อเติมห้องครัวหรือการต่อเติมหลังคาโรงจอดรถ โดยการต่อจะพาดหลังคาบนกำแพงอาคารเดิม ซึ่งทำให้โครงสร้างที่ต่อเติมใหม่นั้นไม่มีความมั่นคง เมื่อผ่านการใช้งานเป็นระยะเวลาที่ยาวนานไปเรื่อย ๆ น้ำหนักของหลังคาที่เกิดจากการต่อเติม ซึ่งส่วนใหญ่จะถ่ายลงมาโดยตรงที่เสาโรงรถและ ทำให้เสาของโรงรถเกิดการทรุดตัวเป็นผลให้หลังคานั้นอาจร่วงลงมาทับรถคันงามของท่านหากว่าเป็นช่วงที่ท่านกำลังจอดรถไว้ในโรงรถพอดีครับ
สุดท้าย คือ ปัญหารอยแตกร้าวบนผนังทั้งบ้านและอาคารต่าง ๆ ที่เกิดจากการก่อสร้างไม่ถูกต้องตามหลักวิชาช่าง ปัญหาในข้อนี้ที่พบบ่อยที่สุดนอกเหนือจากเหตุการณ์ทั้งสามกรณีที่ได้กล่าวไปแล้ว ซึ่งสาเหตุของรอยแตกร้าวตามอาคารบ้านเรือน ส่วนใหญ่ก็มาจากการทรุดตัวที่ไม่เท่ากันระหว่างโครงสร้างอาคารหลังเก่า กับ โครงสร้างอาคารหลังใหม่ ส่งผลให้เกิดปัญหาต่อเนื่องต่าง ๆ ตามมามากมาย เช่น รอยแตกร้าวที่ผนัง การแยกตัวของโครงสร้างใหม่และโครงสร้างเก่า เป็นต้น หากไม่ต้องการให้ปัญหาที่น่าปวดหัวเหล่านี้ เกิดขึ้นกับอาคารบ้านเรือนของท่าน ขอแนะนำให้ใช้วิธีป้องกันเอาไว้แต่ต้นจะดีกว่าต้องมานั่งแก้ปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วยังต้องเสี่ยงกับการทรุดร้าวของตัวบ้านที่เกิดจากการซ่อมแซมอีกต่างหาก โดยยอมเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเพียงนิด ให้วิศวกรหรือสถาปนิกที่มีความรู้ ความชำนาญและสามารถที่เชื่อถือ ไว้วางใจได้ออกแบบอย่างถูกต้องรวมทั้งคำนวณโครงสร้างและการรับน้ำหนักให้ถูกต้องได้มาตรฐานจะเป็นการดีกว่า มิเช่นนั้นท่านอาจจะตกอยู่ในกรณี เสียน้อย เสียยาก เสียมาก เสียง่าย มิหนำซ้ำอาจจะโดนพิษในช่วงที่เกิดความผันแปรทางเศรษฐกิจที่ปัจจุบันไม่อาจทราบได้ว่าราคาวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างจะขึ้น จะลง ช่วงไหน แต่ผมก็อยากจะย้ำว่าค่าซ่อมแซมที่มาจากราคาวัสดุและค่าแรงงานนั้นจะมากกว่าค่าออกแบบเป็นหลายสิบเท่าครับ

(ข้อมูลบางส่วนอ้างอิงจาก: หนังสือก่อสร้างน่ารู้คู่มือชาวบ้าน เล่ม 4 ของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย)

Login

or
or

ติดต่อเรา

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.