สิ่งที่ควรทราบในการเลือกพื้นไม้

01 September 2011

wooden

พื้นไม้ในปัจจุบันนี้พอจำแนกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เพื่อง่ายต่อการพิจารณาเลือกใช้โดยเบื้องต้นดังนี้คือ

1. ประเภทไม้พื้นที่ต้องไปขัดและเคลือบผิวที่หน้างาน ซึ่งเป็นประเภทที่เราคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว เนื่องจากในบ้านเรา จากอดีตที่ผ่านมาจนกระทั่งปัจจุบันเราใช้วิธีการดังกล่าวอยู่เป็นส่วนใหญ่

2. ประเภทไม้พื้นสำเร็จรูปซึ่งถือว่าเป็นประเภทที่ค่อนข้างใหม่ และเพิ่งเริ่มมีการใช้ในบ้านเราและได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ มาประมาณ 4-5 ปี โดยไม้พื้นประเภทนี้ได้ขัดหรือเคลือบสีหรือเคลือบผิวสำเร็จมาแล้วจากโรงงานเพื่อนำไปปูและติดตั้งสามารถใช้งานได้เลย
การที่จะเลือกใช้ไม้พื้นประเภทใดควรพิจารณาจากวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้เป็นหลัก โดยถ้าเป็นการใช้สำหรับคอนโดหรือบ้านจัดสรรของโครงการ ซึ่งเมื่อตอนรับโอนมางานสีภายในโดยเฉพาะสีผนังเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ต้องการติดตั้งพื้นไม้ หากไม่ต้องการให้เกิดความสกปรกขึ้น โดยเฉพาะฝุ่นจากการขัดไม้ในระหว่างทำงานพื้น ก็ควรจะเลือกใช้เป็นไม้พื้นสำเร็จรูป สำหรับประเภทพื้นขัดทำ-สี คนส่วนใหญ่เลือกใช้เพราะยังเชื่อมั่นว่าไม้ประเภทดังกล่าวน่าจะใช้งานได้ทนทานกว่าโดยเฉพาะถ้าต้องการขัดใหม่เมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่ง ดังนั้นถ้าในกรณีของหน้างานเป็นบ้านปลูกเอง สามารถจัดขั้นตอนของงานปูและขัดพื้นก่อนทำสีผนังเที่ยวสุดท้ายได้ หรือในกรณีที่มีโครงการที่จะทำเฟอร์นิเจอร์แบบบิลท์-อินซึ่งส่วนใหญ่สีผนังจะต้องทำใหม่อยู่แล้วลูกค้าก็อาจจะเลือกใช้เป็นไม้พื้นประเภทขัดทำสีที่ว่านี้
ถ้าพูดถึงข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องชนิดของไม้พื้น ซึ่งถ้าแบ่งตามลักษณะการใช้งานพอจะจำแนกได้เป็น3ชนิด คือ
- ชนิดไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้มะค่า ประดู่ แดง เต็ง ฯลฯ
- ชนิดไม้กึ่งเนื้อแข็ง เช่น ไม้สัก ยางพารา โอ๊ค บีช เมเปิล ฯลฯ
- ชนิดไม้เนื้ออ่อน เช่น ไม้สนบางจำพวก ก้ามปู จามจุรี บาร์ซา ฯลฯ
โดยส่วนใหญ่ถ้าเป็นชนิดไม้เนื้อแข็งสีจะเป็นโทนสีเข้มหรือมืด แต่ถ้าเป็นไม้กึ่งเนื้อแข็งและไม้เนื้ออ่อน โทนสีส่วนใหญ่จะเป็นสีออกปานกลางหรือสีอ่อนสว่างๆ แต่ส่วนใหญ่ไม้เนื้ออ่อนไม่ค่อยนิยมนำมาทำพื้นกันเพราะนิ่มเกินไป ดังนั้นไม้พื้นที่ใช้กันอยู่หลักๆจะเป็นชนิดไม้เนื้อแข็งหรือกึ่งเนื้อแข็ง ส่วนจะเลือกใช้ชนิดไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้จะเน้นเรื่องใดเป็นหลัก ถ้าต้องการในเรื่องความแข็งของหน้าไม้เป็นหลักก็ควรจะใช้เป็นไม้ชนิดเนื้อแข็ง เพราะจะสามารถกันเรื่องรอยขีดข่วนได้ดีว่าเนื่องจากเป็นเนื้อแข็งและสีเข้มทำให้ไม่ค่อยเห็นรอย แต่ถ้าหากต้องการให้บ้านออกมาดูสว่าง และต้องการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ดูสีอ่อนๆหรือสีที่ดูทันสมัยก็น่าจะเลือกใช้เป็นไม้ชนิดกึ่งเนื้อแข็ง ส่วนที่จะเป็นไม้ตัวไหนหรือสีอะไร ก็ขึ้นอยู่กับความชอบและความต้องการว่าต้องการให้งานตกแต่งออกมาในแนวไหน ถ้าต้องการให้ออกมาดูเป็นแนวโมเดิร์นกึ่งคลาสสิค น่าจะเป็นพวกไม้โอ๊ค หรือสักทองเพราะโทนสีจะออกมาเป็นโทนน้ำตาล และมีลายไม้ค่อนข้างชัด ถ้าต้องการให้ห้องออกมาดูนุ่มๆและอบอุ่น ไม้พื้นน่าจะเป็นพวกไม้บีช ซึ่งจะมีสีออกชมพูส้มๆ ถ้าต้องการให้ห้องออกมาดูสว่างมากๆ ไม้พื้นฮาร์ด เมเปิล จะให้ความรู้สึกได้ดี เนื่องจากโทนสีจะเป็นสีขาวครีม สำหรับโทนสีของไม้ยางพารา ซึ่งออกมาเป็นสีโทนเหลือง ส่วนใหญ่ลูกค้าจะพิจารณาเลือกใช้ เนื่องจากต้องการพื้นไม้ที่สีอ่อนในงบประมาณที่ไม่สูงเกินไป
จากข้อมูลดังกล่าวข้างต้น พอจะสรุปจุดสำคัญๆและลำดับก่อนหลังขององค์ประกอบที่ใช้ช่วยในการตัดสินใจเลือกพื้นไม้ได้ดังนี้
1. ควรคิดภาพรวมๆให้ได้ก่อนว่าอยากใช้เฟอร์นิเจอร์ออกโทนสีอะไร สไตล์ไหน ต้องการให้ห้องออกมาแนวไหนเพื่อที่จะเป็นตัวเลือกของชนิดไม้ให้แคบเข้า จนกระทั่งเหลือชนิดเดียวหรือสองชนิด
2. เมื่อได้ชนิดของไม้ที่อยากได้แล้วก็คิดถึงว่า ไม้ประเภทไหน (สำเร็จรูป หรือขัด-ทำสี) น่าจะเหมาะสมกับลักษณะของการใช้งาน การติดตั้ง และการดูแลรักษาของเรา ส่วนใหญ่ถ้าเป็นไม้ประเภท ขัด-ทำสีน่าจะหาได้สำหรับไม้ทุกชนิด แต่ถ้าเป็นประเภทสำเร็จรูปอาจจะมีการผลิตเพียงบางชนิดไม้ (เนื่องจากส่วนใหญ่ของไม้พื้นสำเร็จรูปในปัจจุบันเป็นการผลิตเพื่อส่งออกต่างประเทศ) บางชนิดไม้ก็อาจจะไม่มีการผลิตซึ่งเราก็อาจจะต้องปรับแนวทางความต้องการให้สอดคล้องกับสินค้าที่มีในท้องตลาดด้วย
3. หาข้อมูลของไม้พื้นตัวที่เราหมายตาไว้จากบริษัทฯหรือร้านค้าที่สามารถที่จะให้ข้อมูลกับเราได้ทั้งในเรื่องของราคา ข้อมูลการติดตั้ง การเตรียมสภาพของหน้างาน เช่นปูนจะต้องทำเป็นผิวเรียบขัดมันหรือไม่ควรจะต้องลดระดับจากระดับที่ต้องการลงมาเท่าไร ฯลฯ หลังจากได้ข้อมูลต่างๆแล้วก็ลองประมวลดูว่าเป็นไปได้หรือไม่กับไม้พื้นตัวที่เราเลือกใช้
4. ถ้าเป็นไปได้ควรจะเตรียมการดังกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อยประมาณ3เดือนเพื่อความพร้อมของหน้างาน และเพื่อจะได้ไม้พื้นที่ตรงกับความต้องการของเราอย่างแท้จริง เนื่องจากพื้นถือเป็นองค์ประกอบหลักส่วนหนึ่งของบ้านหรือที่อยู่อาศัยที่จะทำให้บ้านหรือที่อยู่อาศัยนั้นๆออกมาดูดีหรือไม่ และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือพื้นเมื่อติดตั้งไปแล้วถ้าหากไม่ชอบ และอยากจะเปลี่ยนจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากมากดังนั้นการเตรียมข้อมูล ในการตัดสินใจให้พร้อมจะทำให้ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าว

หลากหลายคำถามที่เจ้าของบ้านอยากได้คำตอบเกี่ยวกับเรื่องพื้นไม้

ถาม -ไม้พื้นชนิดที่สีอ่อนๆเช่นพวกไม้โอ๊ค บีช เมเปิล ยางพารา สน และอื่นๆ ปลวกกินหรือไม่
ตอบ -ถ้ามีตัวปลวกขึ้นมาแสดงว่าพื้นไม้ชนิดนั้นปลวกสามารถกินได้ แต่สามารถป้องกันและกำจัดปลวกได้ โดยสามารถปรึกษากับบริษัทที่เชี่ยวชาญการกำจัดปลวก สำหรับพื้นไม้ชนิดที่เป็นไม้สัก จะมีปัญหาเรื่องปลวกน้อยกว่าไม้ชนิดอื่น

ถาม -จะต้องเตรียมพื้นผิวหรือ หน้างานอย่างไรในการปูพื้นไม้
ตอบ -โดยทั่วไปบริเวณที่จะปูพื้นไม้ควรเตรียมพื้นปูนไว้เป็นผิวเรียบขัดมัน พร้อมปรับระดับให้พื้นเรียบเสมอมากที่สุด เนื่องจากระดับพื้นมีผลต่องานที่ออกมาว่าเรียบร้อยหรือไม่ -ส่วนระยะของการลดระดับขึ้นอยู่กับประเภทของพื้นไม้ ความหนา และรอยต่อของพื้นที่ข้างเคียง ดังนั้นควรขอคำปรึกษากับนักออกแบบหรือเจ้าหน้าที่ของผลิตภัณฑ์

ถาม -ขั้นตอนของงานปูพื้นไม้ กับงานอื่นๆ ควรจัดลำดับก่อนหลังกันอย่างไร
ตอบ -ขึ้นอยู่กับประเภทของพื้นไม้ที่จะปูดังนี้ ถ้าเป็นพื้นไม้ประเภทขัด-ทำสี ควรจะปูก่อนทำการติดตั้ง เฟอร์นิเจอร์ประเภท บิลท์-อิน เพราะงานจะดูเรียบร้อยกว่าการปูหลังจากติดตั้งเฟอร์นิเจอร์แล้ว และถ้าเป็นไปได้บริเวณที่จะทำการปูไม้พื้นประเภทขัด-ทำสี ควรจะเหลือสีผนังและสีฝ้าไว้ 1 เที่ยว เนื่องจากตอนขัดพื้นจะมีฝุ่นทำให้ผนังเลอะเทอะ ถ้าเป็นพื้นไม้ประเภทสำเร็จรูป ควรจะเข้าปูและติดตั้งเกือบจะเป็นงานสุดท้ายก่อนพรมและวอลเปเปอร์(ถ้ามี) หากมีเฟอร์นิเจอร์ประเภทบิลท์-อิน ควรจะเข้าหลังจากเฟอร์นิเจอร์ เสร็จหรือเกือบเสร็จเรียบร้อย เหลือเพียงงานสีนิดหน่อยเพื่อที่พื้นจะได้ไม่เสียหาย

ถาม -ไม้เมืองหนาวมีปัญหาเรื่องโก่งและระเบิดมากจริงหรือไม่
ตอบ -ไม่จริงเพราะปัญหาเรื่องโก่งและระเบิดไม่ใช่เพราะเป็นไม้จากเขตเมืองหนาวหรือจากเขตร้อนชื้น แต่เกิดขึ้นเพราะไม้พื้นที่นำไปใช้ผลิตมาไม่ได้มาตราฐาน และเทคนิคที่กำหนด สำหรับไม้จากเขตเมืองหนาวที่นำมาใช้ในเขตร้อนชื้น จริงอยู่ถ้าหากเทียบระหว่างไม้จากเขตร้อนชื้น เช่น ไม้สัก แดง มะค่า ประดู่ ฯลฯ มักพบปัญหาน้อยกว่าไม้จากเขตหนาว เช่น ไม้โอ๊ค แอช บีช เมเปิล ฯลฯ แต่หากไม้จากเขตร้อนชื้นไม่ได้รับการอบมาให้ได้มาตราฐาน ก็มักเจอปัญหาเรื่องไม้หดตัวอยู่บ่อยๆ แต่ก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่าในกรณีที่มีความชื้นจากภายนอกที่ไม่ปรกติมากระทบเช่น น้ำท่วม น้ำซึม หรือน้ำรั่ว ไม้ที่มาจากเขตเมืองหนาวจะมีโอกาสเกิดการบิดหรือ โก่งตัวได้ง่ายกว่าและเร็วกว่าไม้จากเขตเมืองร้อนชื้น ซึ่งเราก็คงต้องยอมรับในหลักการที่ว่า " ของสวยก็ย่อมจะบอบบางกว่าและต้องการ ทนุถนอมที่สูงกว่า

ถาม - มีข้อแนะนำอย่างไร ถ้าหากจะเลือกใช้พื้นไม้
ตอบ -อย่าตัดสินทุกอย่างที่ราคาอย่างเดียว ควรพิจารณาในรายละเอียดที่เป็นองค์ประกอบด้วยทั้งในเรื่องคุณภาพของตัวไม้เองและคุณภาพของงานบริการปูและติดตั้งเพราะบางครั้งเงินที่คิด ว่าประหยัดได้ 2-3 พันบาท อาจจะสร้างความปวดหัวหรือความหงุดหงิดให้กับเจ้าของบ้านอย่างคาดไม่ถึง

รายละเอียดขั้นตอนการปู ขัด และเคลือบผิวไม้พื้นประเภท ขัด-ทำสี

1.เตรียมความพร้อมของบริเวณที่จะทำการปูพร้อมเก็บกวาดทำความสะอาด ในกรณีที่จะปูรองด้วยไม้อัด จะทาด้านหลังไม้อัดด้วยน้ำยากันปลวก และเชื้อราก่อน แล้วจึงยึดกับพื้นด้วยตะปูคอนกรีต โดยการติดตั้งจะเว้นร่องห่างระหว่างแผ่นของไม้อัดสำหรับไม้อัดขยายตัว
2.ปูและติดตั้งไม้พื้นโมเสค / ปาร์เกต์ / ลิ้นรอบตัว / รางลิ้นตามแบบที่กำหนดโดยใช้กาว
3.ทิ้งระยะเวลาให้กาวแห้ง และไม้ปรับตัวประมาณ 10-15 วัน
4.ขัดเครื่องด้วยกระดาษทราย เบอร์ 24,เบอร์ 60 และ เบอร์ 100
5.ตีแป้ง และปั่นสไลด์ด้วยลูกหมูใส่จานกระดาษทรายเบอร์ 100 เพื่อทำให้พื้นผิวของไม้เนียนขึ้น
6.ทารองพื้นด้วยแชลคชนิดใสไม่มีจำนวน1 เที่ยว
7.ทาทับหน้าด้วยโพลียูลีเทน ชนิดเงาของ B-52 TOA หรือเทียบเท่าจำนวน 4 เที่ยว โดยก่อนทาทับในแต่ละเที่ยว จะทำทำการขัดลูบด้วยกระดาษทรายน้ำ เพื่อทำให้ชั้นของโพลียูรีเทน ที่ทาลงไปใหม่ยึดเกาะได้ดีขึ้น
8.ในกรณีที่มีการติดตั้งไม้บัวพื้นจะทำหลังจากการทารองพื้น

หมายเหตุ : ขั้นตอนที่ 5 และ 6 อาจจะทำสลับกันได้ขึ้นอยู่กับชนิดของไม้

รายละเอียดขั้นตอนการปู และติดตั้งไม้พื้นประเภทสำเร็จรูป

1.เตรียมความพร้อมของบริเวณที่จะทำการปูพร้อมเก็บกวาดทำความสะอาด
2.ปูรองพื้นด้วย EPE SHEET ความหนาประมาณ 2 ม.ม. เต็มบริเวณที่จะปูพื้นไม้
3.ปูและติดตั้งไม้พื้นปาร์เกต์สำเร็จรูปประเภทแซนวิช 3 ชั้น ในระบบลอยตัว (ไม่ได้ยึดด้านหลังของแผ่นไม้พื้นติดกับพื้นคอนกรีต) และปูเป็นรูปลายปล่อย โดยใส่กาวเฉพาะในร่องทางด้านข้างและด้านปลายของแต่ละแผ่นแล้วเคาะอัดเข้าด้วยกัน กาวที่ใช้จะเป็นกาวปาเก็ตโต้ #1 ซึ่งเป็นมาตราฐานสำหรับปูไม้พื้นปาร์เกต์สำเร็จรูปโดยเฉพาะ
4.เก็บความเรียบร้อยของงานธรณีตามจุดต่างๆ ในกรณีที่มีการติดตั้งไม้บัวพื้นจะทำการติดตั้งหลังจากที่ปูไม้พื้นเสร็จเรียบร้อย

เอื้อเฟื้อข้อมูลโดย : บริษัท มิสเตอร์ ฟลอร์ จำกัด 942 หมู่บ้านสินธร ซอย 8 ถ.นวมินทร์ แขวง คลองจั่น เขต บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 Tel. 375-3109 Fax.733-3513

Login

or
or

ติดต่อเรา

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.