วิธีป้องกันความร้อนให้บ้านด้วยฉนวนและการติดตั้ง

01 September 2011

insulation

เมืองไทยเป็นเมืองร้อน ไม่ว่าฤดูกาลใด ความร้อนมักมาเยือนเสมอ ๆ แต่เราก็มีหลากหลายวิธีคลายร้อนให้กับบ้าน วิธีการทำให้บ้านเย็นสบายนั้น มีหลากหลายวิธี เช่น ติดเครื่องปรับอากาศ ติดม่าน ปลูกต้นไม้ใหญ่ ติดฉนวนกันความร้อน

การติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ห้องเย็นสบาย แต่เสียค่าใช้จ่ายสูง ไหนจะราคาของเครื่องปรับอากาศ ไหนจะค่ารักษาดูแลขณะใช้งาน อีกทั้งค่าไฟฟ้าที่พุ่งขึ้นอย่างน่าตกใจ

การติดม่าน ช่วยป้องกันแสงแดด ราคาถูกกว่าการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ แต่ลดความร้อนได้ไม่มากเท่าเครื่องปรับอากาศ อีกทั้งยังปิดบังไม่ให้ลมพัดผ่านเข้ามาหมุนเวียนภายในบ้าน

การติดฉนวนป้องกันความร้อน เสียค่าใช้จ่ายมากกว่าการติดม่าน แต่ถูกการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ให้ความเย็นได้มากกว่าการติดม่าน ฉนวนกันความร้อน แบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ ฉนวนป้องกันความร้อน ที่ทำจากใยแก้ว โฟม และ ฉนวนสะท้อนความร้อน มีลักษณะเป็นแผ่นมันวาว มีคุณสมบัติในการสะท้อนความร้อนก่อนการสะสมความร้อน

บางท่านอาจใช้การระบายความร้อนโดยใช้ละอองน้ำรดบนหลังคาโดยใช้อุปกรณ์ เช่นสปริงเกอร์ ก็เป็นวิธีหนึ่งในการช่วยลดความร้อนไปได้มากเช่นกัน
ถ้าบ้านคุณพอจะมีเนื้อที่อยู่บ้าง การปลูกต้นไม้รอบ ๆ บ้านจะทำให้บ้านร่มเย็นเพราะมีเงาไม้คอยคุ้มกันแดด อีกทั้งสีเขียวที่มองเห็นก็ทำให้ชื่นใจไม่ใช่น้อยในเมืองที่มีแต่ตึกเช่นนี้

987746001 ฉะนั้นการเลือกวัสดุป้องกันความร้อนจึงขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้งานและงบประมาณราคาที่ตั้งไว้ด้วย แต่วิธีที่ดีที่สุด น่าจะเป็นการเตรียมพร้อมตั้งแต่เริ่มต้นสร้างบ้าน นั่นคือควรจะสร้างให้ตรงกับทิศทางลมที่สามารถผ่านเข้าออกได้สะดวก การจัดบ้านให้โปร่ง มีการระบายอากาศได้ดี มีการออกแบบที่คำนึงถึงสภาพอากาศ ร้อนชื้นแบบบ้านเรา ก็เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการช่วยลดความร้อนไปได้มาก
แต่ในปัจจุบันฉนวนซึ่งทำหน้าที่ป้องกันความร้อนเข้าสู่ตัวบ้าน ก็กลายเป็นวัสดุยอดฮิตที่เจ้าของบ้านได้รับคำแนะนำจาก สถาปนิก วิศวกรผู้ออกแบบหรือผู้รับเหมาเพื่อใช้ป้องกันความร้อน ฉนวนกันความร้อนในตลาดบ้านเราก็มีอยู่หลายชนิดหลายประเภท หลายราคาด้วยกัน รวมถึงการเลือกใช้ที่เหมาะสม เทคนิคการติดตั้งที่ถูกต้อง ล้วนเป็นสิ่งที่เราควรทำความเข้าใจ ก่อนเลือกใช้ครับ ซึ่งทำได้ไม่ยาก โดยเริ่มตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1.มารู้จักฉนวนกันความร้อน
ตอนนี้เรามาทำความรู้จักกับฉนวนกันความร้อนกันหน่อย ฉนวนกันความร้อนแบบประหยัดที่มีในบ้านเรานั้น มีราคาไม่แพง อีกทั้งยังหาซื้อไม่ยาก ทำเองในประเทศ และ ติดตั้งด้วยวิธีธรรมดาแบบช่างพื้นบ้านได้ น่าจะมีอยู่ ๔ ประเภท ได้แก่

1. แผ่นเงาสะท้อนความร้อน เป็นแผ่นบาง ๆ มันวาว เช่น พวกอลูมินั่มฟลอยส์ ทำหน้าที่หลักคือ การสะท้อนรังสีความร้อนไม่ให้เข้ามาในบ้านเรา มักจะติดไว้ที่หลังคาเป็นส่วนมาก แต่ฉนวนชนิดนี้ขอย้ำว่าสะท้อนความร้อนไม่ใช่ป้องกันความร้อน สะท้อนความร้อน คือช่วยลดความร้อนจากแสงแดดที่มากระทบกับหลังคาให้เบาบางลงก่อนที่จะเข้าตัวบ้านโดยการสะท้อนความร้อนออกไป แต่ก็จะมีบางส่วนที่ลอดเข้ามาอยู่ใต้หลังคาได้(ช่องว่างระหว่างกระเบื้องกับฝ้าเพดาน) จึงทำให้บ้านที่ใช้ฉนวนสะท้อนความร้อนมีความร้อนสะสมใต้หลังคาน้อยกว่าบ้านที่ไม่มีฉนวนกันความร้อน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกใช้ฉนวนชนิดนี้คือ ต้องพึงระลึกว่าความสามารถในการสะท้อนความร้อนจะหมดไปหากมีฝุ่นผงมาเกาะที่แผ่นสะท้อนความร้อน โดยปกตินิยมใช้แบบฟอยด์อย่างเดียวปูใต้กระเบื้องแต่อยู่บนแป และมีไม้ระแนงที่ฝ้าชายคาภายนอกรอบตัวบ้านช่วยระบายลมใต้หลังคาช่วยลดความร้อนอีกทีหนึ่ง

2. แผ่นยิปซั่มบอร์ด เป็นแผ่นบางๆ ใช้กั้นผนังหรือทำฝ้าเพดาน บางแผ่นก็ติด แผ่นสะท้อนความร้อนเข้าไปด้วย แผ่นยิปซั่มบอร์ดนี้จะป้องกันการนำ ความร้อนได้ {mosimage}

3.ใยแก้ว เป็นฉนวนกันความร้อนอีกตัวหนึ่ง มีลักษณะเป็นแผ่นฟูโปร่งด้วยเส้นใย สีเหลืองหรือสีขาว บางอย่าง จะมีแผ่นเงาสะท้อนรังสีความร้อนหุ้มอยู่ด้วย ความหนาโดยประมาณ ๒ - ๔ นิ้วฟุต น้ำหนักเบา ป้องกันความร้อนได้ดีมาก ใช้ติดตั้งทั้งที่ฝ้า เพดานและผนัง การติดตั้งก็ไม่ยาก แต่ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าฉนวนกันความร้อนชนิดที่เป็นใยแก้วนั้น เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือไม่ ทางที่ดีก็ไม่ควรจะสัมผัสฉนวนใยแก้วโดยตรงเป็นดีที่สุด ฉนวนชนิดนี้ ตำแหน่งการติดตั้งควรติดตั้งให้ใกล้ฝ้าที่สุด ซึ่งต่างจากการติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อน ติดเฉพาะฝ้าบนห้องเลยออกไปไม่จำเป็นต้องติดตั้งจนสุดปลายหลังคา

4.การพ่นโฟมใต้หลังคา เป็นการฉีดโฟมบริเวณที่ต้องการป้องกันความร้อน วิธีการนี้ยังไม่เป็นที่นิยม เพราะคุณสมบัติของโฟมคือ กันความร้อนได้แต่ติดไฟก็ง่าย ประกอบกับมีราคาแพง และมีความยืดหยุ่นในการใช้งานน้อย

5.อิฐกันความร้อน เป็นอิฐสมัยใหม่ที่ตอนนี้เราผลิตได้แล้วในประเทศ เช่น พวกคอนกรีตมวลเบา ซึ่งมีรูพรุน อยู่ใน ก้อนคอนกรีตนั้น และ รูพรุนนั้นเอง ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อน ใช้ก่อเป็นผนังเหมือนอิฐมอญ หรือคอนกรีตบล๊อคทั่วไป
สิ่งที่ควรระวังคือ การก่ออาจจะต้องมีความระมัดระวังมากขึ้นกว่าการก่ออิฐมอญ เพราะหากก่อฉาบผิดกรรมวิธีที่เขากำหนดไว้ อาจจะต้องเจอ ปัญหาเรื่อง การแตกร้าวของปูนฉาบได้

2.ขั้นตอนการติดตั้ง
ขั้นตอนแรกให้เราเปิดฝ้าเพดานดูก่อนว่ามีเป็นลักษณะอย่างไร มีสิ่งของหรือสิ่งกีดขวางอยู่หรือไม่ ขนาดกว้างยาวเท่าไหร่ แล้วเก็บของทำความสะอาดเท่าที่จะทำได้ แต่ต้องระวังสายไฟฟ้าให้ดี
ต่อมานำฉนวนกันความร้อนมาวางบนฝ้าเพดาน คลี่ฉนวนกันความร้อน ทำทีละแผ่น คลี่ตามแนวของฝ้าเพดานจนเต็มพื้นที่ ถ้าเหลือให้ใช้กรรไกรตัดออก แล้วใช้เทปใสหรืออลูมิเนียมฟอยล์ปิด เพื่อเป็นการป้องกันความชื้นและการฟุ้งกระจายของใยแก้วจากฉนวนป้องกันความร้อน เสร็จแล้วเปิดฝ้าจุดอื่นๆ เพื่อปูฉนวนกันความร้อนให้เต็มฝ้าเพดาน
ในการปูฉนวนกันความร้อน ถ้ามีสายไฟฟ้าวางพาดบนฝ้าเพดานให้พิจารณาดูเอาเองว่าจะปูทับสายไฟฟ้าหรือปูลอดใต้สายไฟฟ้าก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการซ่อมแซมในอนาคต ถ้าเป็นดวงไฟก็ให้เว้นระยะห่างเป็นรัศมีอย่างน้อย 3 นิ้ว เท่านี้เป็นอันเรียบร้อย ใช้เวลาไม่นาน แล้วยังช่วยเราประหยัดไฟฟ้าได้มากอีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม

ฉนวนตราช้าง รุ่น CRB (COMMERCIAL ROOF BLANKET)
การใช้งาน : งานหลังคา ควรใช้ความหนาอย่างต่ำ 2 นิ้ว
ลักษณะสินค้า: ฉนวนใยแก้วปิดผิวหน้าด้วยแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ 2 ด้าน ชนิดเสริมแรงจากโรงงาน มีความยืดหยุ่นและคืนตัวได้ดี ได้รับการออกแบบ และผลิต ขึ้นตามมาตรฐานสากล ASTM เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ใช้ในงานอาคาร และอนุรักษ์พลังงาน
ประโยชน์ : 1. ป้องกันความร้อนจากหลังคา 2. ช่วยลดเสียงดังรบกวน เช่น เสียงฝนตก โดยเฉพาะหลังคาเหล็กรีด

ฉนวนตราช้าง รุ่น FSO (FOIL SCRIM KRAFT ONE SIDE FACING)
การใช้งาน : งานหลังคา ควรใช้ความหนาอย่างต่ำ 2 นิ้ว
ลักษณะสินค้า: ฉนวนใยแก้วปิดผิวหน้าด้วยแผ่น อะลูมิเนียมฟอยล์ 1 ด้าน ชนิดเสริมแรงจากโรงงาน เหมาะสำหรับติดตั้งกับงานหลังคาทั่วไป ราคาประหยัด
ประโยชน์ : 1. ป้องกันความร้อนและดูดซับเสียง 2. ประหยัดค่าไฟฟ้า 3. ดูดซับเสียงที่จะเข้ามาในห้อง

ฉนวนตราช้างรุ่น UB (UNFACE BOARD)
การใช้งาน : สำหรับบุระหว่างผนัง ความหนาของฉนวนขึ้นอยู่กับช่องว่างระหว่างผนัง
ลักษณะสินค้า: ฉนวนใยแก้วเปลือย แบบแผ่นแข็ง
ประโยชน์: 1. ป้องกันความร้อนผ่านทางด้านผนัง 2. เพิ่มค่าการกั้นเสียงของผนัง

ฉนวนตราช้างรุ่น Armax
การใช้งาน : ฝ้าเพดาน
ลักษณะสินค้า: เป็นแผ่นฝ้าเพดานสำเร็จรูป ใช้กับโครงคร่าว T-BAR ปิดผิวด้วยไวนิลสีขาว
มี 2 ลาย : ลายประการัง และลายเปลือกไม้
มี 2 ขนาด : คือ ขนาด 0.6x0.6 ม. และ ขนาด 0.6x1.2 ม.
ประโยชน์ :
1. ลดปัญหาการตกท้องช้างของฝ้าเพดานทั่วไป
2. ป้องกันความร้อนและดูดซับเสียง
3. มีค่าความต้านทานความร้อน (R -value) ที่สูงกว่าฝ้าชนิดอื่น
4. สามารถถอดทำความสะอาดได้ง่าย, ไม่ดูดซับความชื้น
5. ไม่แตกหักง่าย คงทน

ฉนวนตราช้างสำหรับงานบ้าน
ฉนวนตราช้างรุ่น STAY COOL
การใช้งาน :ปูเหนือฝ้าเพดาน สามารถใช้กับฝ้าฉาบเรียบและฝ้า T-BAR
ลักษณะสินค้า: เป็นฉนวนใยแก้วแบบ ม้วนที่มีความหนาพิเศษ 3 นิ้ว หุ้มรอบด้าน ด้วยแผ่นฟิล์มสะท้อนแสง (Metalized Film) ขนาดกะทัดรัด กว้าง 0.6 ม. ยาว 4 ม.
ประโยชน์ :
1. ป้องกันความร้อนที่ผ่านเข้ามาในห้องทางเพดาน และดูดซับเสียง
2. การติดตั้งง่าย สะดวก และสามารถติดตั้งได้ด้วยตนเอง
3. ประหยัดค่าไฟฟ้า
4. ป้องกันการควบแน่นเป็นหยดน้ำ
5. ช่วยลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ
การติดตั้ง ฉนวนกันความร้อน STAY COOL
1. ใช้คัทเตอร์ กรีดเทปกาวออก โดยสอดเข้าไปด้านในแล้วตัด
2. เปิดฝ้าเพดาน บริเวณที่ต้องการปู เพื่อนำ STAY COOL ขึ้นไปด้านบน
3. ปู STAY COOL ตามแนวฝ้าเพดาน โดยกลิ้งม้วน STAY COOL ให้ออกจากตัว
4. ปิดฝ้าเพดานเมื่อปูจนเต็มแนวยาวของฝ้าแล้ว ทำขั้นตอนเดียวกันจนเต็มพื้นที่ฝ้าเพดาน
5. หากเกิดรอยฉีกขาด ให้ซ่อมแซมด้วยเทปอะลูมิเนียมฟอยล์หรือเทปใส
ข้อแนะนำ
1. ควรเว้น STAY COOL ห่างประมาณ 3 นิ้ว จากจุดที่มีการติดตั้งดวงไฟทุกครั้ง
2. ควรเก็บ STAY COOL ไว้ในที่แห้ง

แนวทางการเลือกใช้ฝ้าเพดาน
ฝ้ายิปซั่มฉาบเรียบ ดูเรียบร้อยดี
ฝ้ายิปซั่มทีบาร์ ราคาต่ำลงมาหน่อย
ฝ้ายิปซั่มกันชื้นสำหรับห้องน้ำ
ฝ้ากระเบื้องแผ่นเรียบสำหรับฝ้าชายคา ทน ถูก อาจจะไปแพงตรงโครงเคร่า แต่โดยรวมราคาก็ไม่สูงนัก

Login

or
or

ติดต่อเรา

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.