Art Of Livingศาสตร์แห่งการอยู่อาศัยอย่างมีศิลปะ

22 September 2011

aol101

เรื่องของศาสตร์แห่งการอยู่อาศัยนั้นถือกำเนิดเกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับที่คนเราเริ่มต้นรู้จักหาที่พักอาศัย คุ้มแดดคุ้มฝน คุ้มภัยให้กับตัวเองและครอบครัวนั่นเองครับ ซึ่งที่พักอาศัยนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์ทุกผ้าทุกนาม ไม่ว่าจะยากดีมีจี มหาเศรษฐีหรือแม้กระทั่งยาจก ก็ล้วนต้องการแสวงหา ไม่ได้แตกต่างกันในความต้องการ หากจะแตกต่างกันก็เพียงความสามารถในการไขว่คว้าเพียงเท่านั้นเอง

ศิลปะศาสตร์แห่งการอยู่อาศัยจึงได้ถูก กลั่นกรอง พัฒนา ลองผิดลองถูก มาโดยตลอดชั่วอายุไขของมนุษยชาติ
แต่ละถิ่นแต่ละที่นั้นความเชื่อต่าง ๆ เหล่านี้ก็ดูจะแตกต่างกันออกไปตามสภาพแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ อันเป็นบริบทโดยรอบบ้านเรือน ณ สถานที่เฉพาะแห่งนั้น ๆ ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของศาสตร์แต่ละแห่งนั่นเอง
ศาสตร์ต่าง ๆ เหล่านี้ได้ถูกคิดค้น พัฒนาจากบรรพบุรุษมานานนับร้อยนับพันปี ไม่ว่าจะเป็นขนบธรรมเนียมประเพณีความเชื่อต่าง ๆ ในการปลูกบ้านสร้างเรือนของไทยเรา ซึ่งก็ยังแยกย่อยออกไปเป็นความเชื่อของคนในแต่ละภาคออกไปอีก ไม่ว่าจะเป็น ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคไต้ ต่างก็มีขนบธรรมเนียมความเชื่อที่แตกต่างกันออกไปอีก หรือแม้แต่ศาสตร์แห่งการอยู่อาศัยของจีน ที่มีอายุร่วมพันปีอย่าง “ฮวงจุ้ย” ก็ยังได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในปัจจุบันจนในวงการการออกแบบและก่อสร้างไม่สามารถจะมองข้ามศาสตร์ต่าง ๆ เหล่านี้ที่เชื่อว่าเป็น ศิลปะศาสตร์แห่งการอยู่อาศัย (Art Of Living) ไปได้
แฟน ๆ หลาย ๆ ท่านก็คงจะนำศาสตร์แห่งการอยู่อาศัย ต่าง ๆ ดังกล่าวนี้มาปรับใช้ตามคติความเชื่อของแต่ละท่าน หลาย ๆ ท่านอาจจะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่ก็ทำไว้เพื่อความสบายใจ ในขณะที่อีกหลาย ๆ ท่านคงจะมองว่าเป็นศาสตร์ที่เก่าคร่ำครึ ล้าสมัยไปเสียแล้ว โดยส่วนตัวผมเองนั้นมีความเชื่อว่า ศิลปะศาสตร์แห่งการอยู่อาศัย นั้นไม่เคยจะล้าสมัยครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะศิลปะศาสตร์แห่งการอยู่อาศัย นั้นเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยที่อยู่อาศัยอันเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ของคนทุกคน มีพัฒนาการลองผิดลองถูกมาอย่างต่อเนื่องนับเป็นพัน ๆ ปี โดยองค์ความรู้และหลักการของศิลปะศาสตร์แห่งการอยู่อาศัย ต่าง ๆ นั้น ก็เพื่อประสานสัมพันธ์ระหว่าง คน ที่อยู่อาศัย และสภาพแวดล้อม ให้จุนเจือเกื้อหนุนกันในทุก ๆ ด้าน เพราะฉะนั้นในการนำเอาหลักการต่าง ๆ ของศิลปะศาสตร์แห่งการอยู่อาศัย มาใช้นั้น จึงไม่เคยจะล้าสมัย หากแต่ว่าต้องปรับใช้ โดยยึดถึง กาละ(เวลา) และ เทศะ(สถานที่) เป็นสำคัญ หัวใจของ ศิลปะศาสตร์แห่งการอยู่อาศัย ในสมัยปัจจุบันนั้น จึงอยู่ที่การปรับเปลี่ยนพลิกแพลงให้เหมาะสมกับยุคสมัยและสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปนั่นเองครับ เพราะสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวเราไม่ว่า จะเป็น ดิน น้ำ ลม ไฟ ธาตุทั้งสี่นี้ ล้วนมีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของเราอยู่ตลอดเวลา อย่างต่อเนื่อง คนเราจึงต้องปรับความสมดุลของตนให้เข้ากับสภาพแวดล้อม และบ้านก็เหมือนกับร่างกายของท่าน ที่จะต้องเจอแดด เจอฝน ร้อนหนาว เช่นเดียวกัน ดังนั้น บ้านของท่านจึงควรได้รับการจัดวางอย่างถูกต้องเหมาะสมกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ช่วยให้บ้านของท่านเป็นบ้านที่อยู่เย็นเป็นสุข และพบเจอแต่สิ่งดี ๆ ในชีวิตของท่าน และก็อย่าลืมว่าศาสตร์แห่งการอยู่อาศัยนั้นเป็นศาสตร์เฉพาะของสถานที่นั้น ๆ ก็นำศาสตร์แห่งการอยู่อาศัยมาจากต่างที่ต่างถิ่นนั้น ก็ต้องมีการเทียบเคียง ปรับปรุง ปรับเปลี่ยนให้มีความเหมาะสมกับบริบทที่แตกต่างกันดังกล่าว การหลับหูหลับตาเชื่อโดยมิได้ไตร่ตรองให้รอบคอบตามหลัก กาลามสูตรแล้ว นอกจากจะไม่ส่งผลดีให้กับบ้านเรือนเราแล้ว ในบางกรณีอาจส่งผลร้ายอย่างที่ท่านไม่รู้ตัวก็เป็นได้

aol102

ฉบับหน้าเรามาดูกันว่าเรา จะสามารถนำเอาหลักการของศาสตร์แห่งการอยู่อาศัย มาหล่อหลอมปรับปรุง ปรับใช้ ให้เหมาะสมกับความเป็นอยู่ของมนุษย์ เน้นให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ที่ต้องเกื้อหนุน หรือทำลายล้างกัน ให้ได้รับการแก้ไขจัดวางอย่างเหมาะสม แสดงออกถึงสุนทรียศาสตร์อันทรงคุณค่า ของสิ่งที่งามและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติได้อย่างไรบ้างครับ

Login

or
or

ติดต่อเรา

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.