Art Of Living : ศาสตร์แห่งการอยู่อาศัย ปรับเปลี่ยนตามยุคสมัยและสิ่งแวดล้อม

28 September 2011

aol401

สิ่งที่เป็นสัจจะธรรมของทุก ๆ สรรพสิ่งในสากลจักรวาล นั้นก็คือความเปลี่ยนแปลง โดยมีเงื่อนไขของกาลเวลาเป็นผู้ นำพาซึ่งความเปลี่ยนแปลงมาสู่สภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัวเราอย่างเท่าเทียมกัน ไม่เว้น หนุ่ม สาว หรือ คนแก่ ยากดีหรือมีจน ก็ล้วนได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงอย่างถ้วนทั่วทุกผู้ทุกนาม

ในปัจจุบัน ดูเหมือนว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีนั้นได้ทำให้การดำเนินชีวิตของเราๆ ท่านๆ รวมไปถึงสภาพสังคม สภาพแวดล้อมโดยรอบตัวเรานั้นได้เปลี่ยนแปลงไปอยากรวดเร็ว จากสังคมชนบทกลายเป็นสังคมเมืองใหญ่ จากสังคมเกษตรกรรม กลายเป็นสังคมอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี พื้นที่ที่เคยเป็นเรือกสวนไร่นาได้แปรเปลี่ยนไปเป็นตึกรามบ้านช่องทั้งเล็กทั้งใหญ่ ปลูกกันขึ้นเต็มไปหมด เปลี่ยนแปลงไปจากสภาพเมื่อ 10-20 ปีก่อนอย่างไม่เหลือเค้าเดิม
สิ่งที่อันตรายที่สุดในการนำเอาศิลปะศาสตร์แห่งการอยู่อาศัย มาใช้ในยุคปัจจุบัน คือ การนำมาใช้โดยขาดความเข้าใจ ไม่มีความรู้เรื่องที่มาที่ไป ใช้โดยขาดสติพินิจพิเคราะห์ ถึงเหตุปัจจัยและผลของเหตุปัจจัยนั้น ๆ เรียกว่านำมาใช้อย่างงมงายขาดสติ ขาดการประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ณ ปัจจุบัน เพราะกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงที่มีมาทุกยุคทุกสมัยนั้น ได้ส่งผลให้กระบวนการคิดแก้ปัญหาจัดวางตำแหน่ง, ทำเลและที่อยู่อาศัยด้าน "ศิลปะศาสตร์แห่งการอยู่อาศัย" เอง ก็จำเป็นต้องมีการนำมาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิผลตามสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไปด้วย แม้ว่าในปัจจุบันจะไม่มีภูเขาหรือเนินดิน ไม่มีสายน้ำลำธารให้เห็นดังเช่นก่อน แต่ในทฤษฎี สายน้ำและภูเขา สามารถประยุกต์ใช้ได้กับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปได้

ตึกสูงๆ จะกลายเป็นสัญลักษณ์แทนภูเขา มีความสูงสง่าเช่นกัน ถนนหนทางมีการไหลเวียนของยวดยาน เป็นสัญลักษณ์แทนสายน้ำ พื้นที่ที่มีข้างหลังเป็นภูเขา (ตึกสูง) มีการไหลเวียนของน้ำ (สภาวะการจราจรของยวดยานพาหนะบนถนนไม่ติดขัด) ย่อมส่งผลดีต่อการอยู่อาศัยและการค้าขาย เป็นต้น

aol402

การเปลี่ยนแปลงรอบ ๆ ด้านส่งผลให้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงผิดปกติไป บางแห่งเกิดมลภาวะที่เป็นพิษ ทำให้ผู้อยู่อาศัยเจ็บป่วยทั้งกายและจิตใจ ในเมืองใหญ่ๆ ของประเทศ การจราจรเกิดความล่าช้าและติดขัด (ก่อให้เกิดสภาวะน้ำนิ่ง หากเปรียบถนนเป็นเสมือนสายน้ำ, รถยนต์ก็เปรียบเสมือนเรือทำนองนั้น หากน้ำนิ่งไม่ไหลเวียนตามหลักเคหะศาสตร์ท่านว่าไม่ดี น้ำจะเน่าเสียและมีกลิ่นไม่พึงประสงค์) ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อหลายๆ สิ่ง ทำให้เกิดความล่าช้าในการติดต่อสัมพันธ์หรือทำธุรกิจ ทำให้ประเทศสิ้นเปลืองทางเศรษฐกิจปีละหลายพันล้านบาทได้เช่นกัน
สิ่งต่าง ๆ ข้างต้นนั้น เป็นตัวอย่างการนำหลังการของ “ศิลปะศาสตร์แห่งการอยู่อาศัย” มาปรับใช้ เทียบเคียง ให้เหมาะสมกับสภาพ สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน อย่างเข้าใจ เพราะ “ศิลปะศาสตร์แห่งการอยู่อาศัย” นั้น หาใช่กฎข้อบังคับ ที่ตายตัวไม่ หากแต่เป็นแนวทางที่ต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมโดยรอบมากที่สุด เพื่อจุดมุ่งหมายในการอยู่ร่วมกัน อย่างปกติสุขนั่นเองครับ

Login

or
or

ติดต่อเรา

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.