ตกแต่งบ้านอย่างไร....ไม่บานปลาย

01 September 2011

home decor1

หลังจากการก่อสร้างบ้านสำเร็จลงก็ถึงเวลาที่ผู้ซื้อบ้านจะได้ย้ายตนเองและครอบครัวเข้าไปพำนักอยู่ในบ้านหลังใหม่อย่างถาวร การปรับปรุงตกแต่งพื้นที่ต่าง ๆ ในบ้านให้เหมาะสมกับการใช้สอย และมีความสวยงามน่ารื่นรมย์ตามรสนิยมของแต่ละครอบครัว จึงนับว่าเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง

หลาย ๆ ท่านอาจจะพบว่าการแต่งบ้านตามจินตนาการของตนเองเป็นเรื่องที่น่าสนุกและตื่นเต้น แต่บางท่านอาจเห็นว่าเป็นเรื่องจุกจิกน่าปวดหัว ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่เราจะละเลยไม่ได้ คือ เรื่อง "งบประมาณค่าตกแต่ง" โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพค่าเงินบาทลอยตัว การควบคุมงบประมาณค่าตกแต่งไม่ให้เกินเลยบานปลายออกไปจากที่กำหนดไว้เดิมก็จะยิ่งทำให้การตกแต่งนั้นบรรลุผลได้ตามต้องการดีที่สุด นั่นคือการเข้าหลัก 3 ประหยัด คือ ประหยัดเวลา ประหยัดแรงงาน ประหยัดเงิน จะว่าไปแล้วการทำงบไม่ให้บานปลายก็ถือเป็นศิลปะอย่างหนึ่งในการตกแต่งด้วย คือต้องรู้จักการวางแผนงาน สร้างจินตนาการในการออกแบบตกแต่ง รู้จักประนีประนอมกับสมาชิกในบ้าน เพื่อสรรหาแนวทางการออกแบบสร้างบรรยากาศในแต่ละส่วนของบ้าน เช่น คุณพ่อชอบฝ้าเพดานที่กรุด้วยไม้มะปิน เพราะแลดูเป็นธรรมชาติ ส่วนคุณแม่ชอบฝ้าเพดานเรียบ ๆ เช่น ยิปซั่มบอร์ด แต่จะเน้นที่การจัดประดับดวงโคม อันนี้เป็นเรื่องที่คุณต้องทำความตกลงกันให้แน่ชัดลงไป ก่อนที่งานก่อสร้างจะเริ่มขึ้น ดังนั้น ยุทธวิธีที่จะควบคุมงบและพิชิตอุปสรรคปัญหาในการก่อสร้างให้ได้ผลคือ "การวางแผนงานตกแต่งอย่างรัดกุม" นี่เอง

การวางแผนงาน เริ่มต้นด้วยการทำแบบร่าง โดยการร่วมมือร่วมใจกันของสมาชิกในบ้าน แสดงความคิดเห็นและจินตนาการถกเถียงกันถึงความต้องการในการใช้สอยและบรรยากาศของพื้นที่แต่ละส่วนภายในบ้าน เช่น ห้องครัว คุณแม่บ้านต้องการทำเป็นตู้กระจนแบบบิลต์อินลอยอยู่เหนือเคาน์เตอร์ ส่วนคุณพ่อบ้านต้องการเป็นบานทึบสำหรับทำรกได้ ไม่มีใครเห็น เป็นต้น ก็อาจจะประนีประนอมกันได้ คือทำบางส่วนให้ทึบและบางส่วนเป็นกระจกใส ซึ่งต้องเขียนแบบร่างออกมาดูกัน แล้วจึงตัดสินใจเลือก

แต่ถ้าหากว่าได้แสดงไอเดียกันมามากพอแล้ว คุณแม่บ้านขอใช้อำนาจในการเป็นผู้ใช้ครัวมานานทำเป็นบานกระจกใสทั้งหมด ซึ่งถ้าหากลงทุนจ่ายเงินซื้อของไปแล้ว เมื่อเวลาก่อสร้างจริงเกิดรู้สึกเห็นจริงตามคำของคุณพ่อบ้าง คราวนี้แหละถึงทีที่จะต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินเพิ่มอีกเพื่อแก้ไข หนำซ้ำ ดวงโคมที่ซื้อมาแล้วเกิดไม่ชอบ อยากเปลี่ยนใหม่ให้เป็นดาวน์ไลต์แทนโคมแขวน ก็จะต้องเจาะแก้ทั้งฝ้า และซื้อดวงโคมใหม่อีกด้วย งานนี้จึงมีแต่คำว่า บานปลายอย่างเดียว จากงบประมาณ 100,000 บาท ก็จะกลายเป็น 250,000 บาท ไปได้อย่างง่าย ๆ เลยทีเดียว ทำให้เราสูญเสียทั้งเงิน เวลา และแรงงานไปอย่างน่าเสียดาย

เมื่อเราผ่านขั้นตอนของการทำแบบร่างไปแล้ว คราวนี้ก็มาถึงรายละเอียดของการคำนวณหางบประมาณเพื่อการแต่งบ้านของเราให้มีความงามดังที่วาดภาพไว้

คำถามแรกที่เกิดขึ้นในสมองของผู้ที่กำลังวางแผนแต่งบ้านก็คือ "ทั้งหมดราคาเท่าไร" การคำนวณงบประมาณการตกแต่งไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ในทีเดียว คุณจำเป็นจะต้องทราบไอเดียในการแต่งบ้านก่อน เช่น รูปแบบ สีสัน เฟอร์นิเจอร์ชนิดบิสต์อินหรือลอยตัว ฯลฯ แล้วนำข้อมูลที่ได้มาจัดลงในแบบร่างเพื่อคำนวณราคา การทำแบบเพื่อคำนวณราคาจำเป็นต้องทราบสิ่งต่อไปนี้ ซึ่งคุณอาจจะหาคำตอบได้จากตัวคุณเองและสมาชิกในบ้าน

1. ตอบปัญหากับตัวเองในเรื่องการทำวัสดุผิวพื้นต่าง ๆ
คุณควรจะต้องทราบถึงคุณสมบัติของวัสดุแต่ละชนิด เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจเลือกใช้อย่างเหมาะสม นอกเหนือจากราคาที่เราจะพูดถึงต่อไป การตัดสินใจเลือกในขั้นต้น ควรมาจากความพึงพอใจในการใช้สอยและความงามเป็นเบื้องแรก เช่น คุณตัดสินใจเลือกวอลล์เปเปอร์ เพราะมีลวดลายสีสันถูกใจ ดูแล้วสบายใจ สบายตา ถึงแม้ว่าการทาสีอาจจะราคาถูกกว่าเล็กน้อยก็ตามเมื่อได้ผิวพื้นของโครงสร้างแล้วค่อยมาพิจารณาถึงเครื่องประดับตกแต่งอื่น ๆ ต่อไป ได้แก่ เฟอร์นิเจอร์ ผ้าม่าน ดวงโคม มือจับ ประตู และสวิตซ์ไฟ เป็นต้น

2. จดรายการเครื่องตกแต่งต่าง ๆ ที่คุณจะใช
แยกแยะรายการว่าสิ่งใดคุณต้องการจะซื้อเอง และสิ่งใดต้องให้ผู้รับเหมาซื้อ ถ้าเป็นการเหมาค่าแรงโดยทางคุณเป็นผู้จัดซื้อวัสดุเองทั้งหมด วิธีนี้จะประหยัดไปได้มาก แต่อย่าลืมว่าคุณต้องวางแผนงานให้ดีว่าจะตัดสินใจซื้ออะไร และลำดับก่อนหลังอย่างไร ตัวอย่างเช่น คุณตัดสินใจเลือกกระเบื้องเคลือบสำหรับปูพื้นห้องนั่งเล่น คุณก็คำนวณขนาดพื้นที่ของห้องเพื่อหาปริมาณกระเบื้อง เมื่อได้จำนวนกระเบื้องแล้วก็ตัดสินใจเลือกกระเบื้องลายที่คุณชอบและราคาที่คุณพอใจ แต่จงอย่าลืมว่าอะไร ๆ ก็พลาดได้ คุณควรซื้อกระเบื้องมาเผื่อไว้อีกสัก 5 % ถ้าหากช่างเกิดทำแตกเสียหาย หรือมีบางซอกมุมที่ต้องการปูเพิ่ม หากไม่เตรียมไว้เวลากลับมาซื้ออีกครั้ง คุณอาจได้รับคำตอบจากทางร้านว่า รุ่นนี้จำหน่ายหมดแล้วค่ะ แล้วไม่ทราบว่าทางโรงงานจะผลิตอีกหรือเปล่า หรือไม่ก็ต้องรออีกสองเดือน การก่อสร้างก็จะช้าไปอีก ความหงุดหงิดของคุณก็จะเพิ่มมากขึ้นอีกเท่าตัว

นอกจากนี้ ถ้าคุณกำลังแต่งห้องครัวอยู่ คุณควรซื้ออ่างล้างชามมาเตรียมไว้ได้เลย พร้อม ๆ กับกระเบื้อง (มักจะขายอยู่ด้วยกัน) เพราะเมื่อก่อเคาน์เตอร์เสร็จก็ติดอ่างล้างชามและปูกระเบื้องไปได้เลย ไม่ต้องรอกัน มิฉะนั้นจะกลายเป็นผู้รับเหมาได้แค่แรง แต่ไม่มีงานทำ เป็นต้น เรื่องลำดับก่อนหลังและการซื้อวัสดุมักเป็นปัญหาประจำของการก่อสร้างดังนั้น คุณควรซักถามช่างให้เข้าใจถึงขั้นตอนการก่อสร้างก่อนลงมือสร้าง

  1. การแต่งบ้าน ต้องวางแผนให้รัดกุม ทำแบบร่างให้ทุกคนในบ้านเห็นชอบเสียก่อน จะได้ไม่หงุดหงิด หัวเสีย และที่สำคัญงบประมาณไม่บานปลายด้วย
  2. ตำแหน่งเตาไปและที่ดูดควันต้องตรงกัน ถ้าช่างทำช่องสำหรับที่ดูดควันโดยไม่รอตำแหน่งเตา (ทำไปตามแบบก่อสร้าง แต่เราเปลี่ยนแบบ แล้วลืมบอก) ก็ต้องรื้อฝ้าติดกระเบื้องใหม่ ติดพัดลมดูดควันใหม่ ผนักก็ต้องสกัดใหม่อีก งบประมาณบานไปอีก
  3. ตำแหน่งเตียงและโคมไฟอยู่ตรงกัน ถ้าขยับเตียงก็ต้องขยับโคมด้วย ควยช่วยกันดูแบบร่างและแก้ไขก่อนที่จะเริ่มลงมือสร้าง มิฉะนั้น จะต้องรื้อฝ้า เดินไฟใหม่ ติดสวิตซ์ใหม่อีกด้วย เรื่องเล็กก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

เรื่องปัญหาสวิตซ์ไฟและดวงโคมก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มักพบกันได้บ่อย ๆ คือ เมื่อการก่อสร้างเริ่มต้นคุณมักจะนึกภาพไม่ออกว่า ถ้าติดสวิตซ์ไฟตรงนี้แล้ว ตู้ที่นำเข้ามาตั้งจะบังสวิตซ์ไว้ทำให้เปิดไฟไม่ได้จึงต้องเลื่อนสวิตซ์ไฟไปที่อื่น แต่พอย้ายไปก็กลับไปติดตัวอื่นอีก ดวงโคมก็เช่นกัน พอเลือกดวงโคมที่คุณต้องการได้แล้วตั้งใจจะนำมาติดตรงกับเฟอร์นิเจอร์ชุดรับแขกตัวสวยที่คุณบรรจงหาซื้อมาไว้ ดวงไฟกลับไปส่องตรงทีวีที่ไม่ต้องการแสง เป็นต้น เมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นก็จะต้องแก้ไข แต่การแก้ไขเมื่องานก่อสร้างดำเนินไปแล้ว ย่อมหมายถึงจำนวนเงินที่คุณต้องเสียเพิ่ม ที่ฝรั่งเรียกว่า "Mistakes cost money" นั่นเอง ที่เล่ามานี้เป็นเพียงตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณควรจะได้วางแผนไว้ด้วย{mosimage}

home decor2

3. ช็อปปิ้งสืบราคาของที่จะต้องซื้อ
ตอนนี้ก็มาถึงเรื่องที่ว่าเงินในกระเป๋าของคุณซื้ออะไรได้บ้าง งบประมาณที่เตรียมไว้พอหรือไม่ เมื่อได้รายการจากข้อ 2 แล้ว คุณก็ตรงไปยังร้านขายวัสดุ เช่น คุณดูจากรายการวัสดุหลักจากข้อ 1 แล้วว่า พื้นทางเข้าปูหินอ่อน คุณต้องไปดูว่าหินอ่อนที่จะใช้นั้นสีอะไร ปริมาณเท่าใด ตัดต่อเป็นลวดลายดีไหม ไปร้านโชว์รูมที่คุณชอบลวดลายสีสันคุณภาพก่อน ถามราคาเรียบร้อย จากนั้นก็มาดูร้านที่ราคาต่ำกว่า ลวดลายอาจจะไม่ถูกใจนัก แล้วลองเปรียบเทียบดูว่ารสนิยมของคุณแพงจนทนไม่ไหวหรือเปล่า

ข้อแนะนำคือ
จงเลือกวัสดุที่มีคุณภาพดีที่สุด พอใจที่สุด ในจำนวนเงินที่คุณมีอยู่ในกระเป๋า เพราะวัสดุนั้นจะติดอยู่กับบ้านไปตลอดอายุการใช้งานของมัน แต่ถ้าคุณขี้เกียจช็อปปิ้งสืบราคา คุณก็มอบให้ผู้รับเหมาทำซึ่งอาจควบคุมราคาได้ดีกว่าแต่อาจไม่ถูกใจคุณ และทำให้ต้องรื้อแก้ไขภายหลัง สูญเสียเวลาและงบก็บานปลายอีกด้วย

คำนวณราคาจากรายการที่คุณเลือกทั้งหมด อย่าหลอกตัวเองในการเลือกวัสดุว่าคุณจะหาสิ่งอื่นมาทดแทนให้ถูกลงกว่านี้ได้ และคุณต้องเผื่องบประมาณไว้อีก 10-15% สำหรับการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้าง เช่น บัวคิ้วหินอ่อนชำรุดต้องทำใหม่ ปรับพื้นบางส่วนเพื่อให้ตั้งตู้ได้ ลืมติดปลั๊กสำหรับเครื่องใช้ในครัวจึงต้องติดเพิ่ม ลืมคำนวณค่าตะปู น็อต ฯลฯ เป็นต้น

ห้องครัวมักเป็นห้องที่ใช้งบประมาณในการตกแต่งสูงกว่าห้องอื่น ๆ ทั้งนี้เพราะห้องครัวมีอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า และระบบท่อน้ำมาเกี่ยวข้องด้วย โปรดคำนึงอยู่เสมอว่า การแก้ไขเปลี่ยนแปลงระบบโครงสร้างบ้านจะเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลให้งบประมาณการตกแต่งบ้านสูงขึ้นอีกมาก

 

การคำนวณหาตัวเลข ทั้งหมดเท่าไร จึงควรดำเนินตามขั้นตอนดังกล่าวมา แม้จะเสียเวลานานหน่อยกว่าจะสรุปงบประมาณที่แท้จริงได้ คุณอาจต้องรื้อแบบร่างมาทำใหม่ แต่มันก็คุ้มค่า และ ก็จะเป็นตัวเลขถูกต้องที่สุดที่คุณจะยึดถือไว้ได้ เมื่อคำนวณได้แล้วหน้าที่ต่อไปของคุณก็คือ เตรียมเงินให้พอ จัดหาช่างรับเหมาก่อสร้างที่ได้คุณภาพ และควรเตรียมเวลาไว้สำหรับการดูแลงานก่อสร้างด้วย

 

 

  • ผนังห้อง ต้องการทาสี ติดวอลล์เปเปอร์ หรืออย่างอื่น เช่น ติดกระเบื้องเคลือบ บุไม้จริง ฯลฯ
  • พื้นห้อง ต้องการปูพรม ปูกระเบื้อง ปูไม้จริง ไม้ปาร์เกต์ โมเสคปาร์เกต์ ฯลฯ
  • ฝ้าเพดาน ต้องการใช้ไม้อัด ยิปซั่ม (แบบโชว์โครงหรือ ไม่โชว์โครงอะลูมิเนียม) แผ่นอะคูสติก และถ้าเป็นชั้นบนจะเพิ่มฉนวนกันความร้อนด้วยหรือไม่
  • ค่าทำตู้ในครัว 37%
  • ค่าแรง 20%
  • ค่าอุปกรณ์เครื่องครัว เช่น ตู้เย็น, เครื่องล้างชาม 19%
  • ค่าทำวัสดุปูพื้น 6%
  • ค่าตกแต่งหน้าต่าง 4%
  • ค่าดวงโคม 4%
  • ค่าอุปกรณ์ติดตั้ง 3%
  • ค่าบริการอื่น 7%

Login

or
or

ติดต่อเรา

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.